[SF] "The Mask of Night" [YJ] - The Halloween Project by Ladazzy
posted on 31 Oct 2011 20:25 by thefourkkie in LadazzyFictionทักทายกันก่อนนะคะ ^^
คือจริงๆแล้วโฟร์คไม่ได้ตั้งใจที่จะลงฟิคในบล็อคค่ัะ เพราะกลัวจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง
ไม่ว่าจะเป็นคนนอกที่ไม่เข้าใจเรื่องของฟิคชั่น การก๊อปฟิค และอื่นๆที่อาจจะตามมา
แต่เพราะมีหลายคนบอกทางทวิตว่าอยากอ่านแต่ไม่ได้เป็นเมมเบอร์ในบอร์ด ถ้างั้นก็จะลงให้อ่านนะคะ :)

The Halloween Project
Title : The Mask of Night
Author : Ladazzy
Pairing : Yunho x Jaejoong
31.10.2011
00.01am
ผมชื่อคิมแจจุง…
และคืนนี้เป็นคืนฮาโลวีน…
ผมกำลังเดินเข้าไปในบ้านหลังนึง…ซึ่งถ้ามองจากด้านนอกแล้วมันช่างเงียบสงัด ยิ่งนัก แต่เมื่อมือของผมเปิดประตูเข้าไปด้านใน แสงที่ค่อนข้างมืดสลัวสีส้มๆกลับเข้าสู่สายตาของผมเป็นอย่างแรก ภายในบ้านที่ดูลึกลับแห่งนี้ได้ตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของเทศกาลฮาโลวีนพา ให้น่าขนลุกตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินผ่านเข้ามา ผมมองไปทั่วบริเวณแบบไม่ค่อยจะชัดนักนั่นไม่ใช่เพราะผมลืมใส่คอนแท็คเลนส์ หรือดวงตาพล่ามัวแต่อย่างใด แต่เพราะหน้ากากที่ผมใส่อยู่นี่ต่างหากที่ทำให้ผมมองภาพในนี้ได้แคบลง…ก็งาน นี้มันต้องใส่หน้ากากเข้างานนี่นะ...

Halloween Party :: Theme :: “The Mask of Night”
ผู้คนมากมายเดินผ่านผมไป เอาจริงๆก็คือผมเดินผ่านพวกเขาไปทีละคนซะมากกว่า ทุกคนใส่หน้ากากเช่นเดียวกับผม จะต่างกันก็ตรงที่หน้ากากแต่ละคนนั้นมีหลากหลายเหลือเกิน บ้างก็ใส่หน้ากากหัวฟักทองมีดวงตาน่ากลัว บ้างก็หน้ากากผีที่ถ้าให้ผมจ้องนานๆก็พาลให้ขนลุกได้เหมือนกัน บ้างก็แต่งตัวเป็นมัมมี่ทั้งตัวซะเลย ชุดลายโครงกระดูกก็มีไม่น้อยล่ะ เหมือนผมเข้ามาอยู่อีกโลกนึงที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ผมเดินเลยผ่านทุกๆคนไปตามเส้นทางของบ้านหลังนี้ ควันจากอะไรซักอย่างรวมไปถึงกลิ่นเหล้าโชยเข้าจมูกแต่ก็ไม่ทำให้ผมหงุดหงิด แต่อย่างใด เพราะผมเองก็รับแก้วเหล้าจากบริกรหน้าผีที่ทางเข้าร้านมาไว้ในมือแล้วเช่น เดียวกัน
ผมเดินช้าๆไปตามทางพร้อมกับจิบวอดก้าดีกรีแรงลงคอไป ด้วย กระจกบานใหญ่ตรงหน้าที่ติดกับกำแพงของผับคือสิ่งที่สะท้อนเข้าสู่สายตาของผม ในตอนนี้…อ่า…หน้ากากสีขาวปิดบริเวณดวงตาธรรมดาๆเท่านั้นเองเหรอที่ผมเลือก หยิบมาใส่ กับหมวกพ่อมดทรงสูงที่วางอยู่บนหัวให้ดูน่าขันชะมัด ผมลอบยิ้มมุมปากให้กับตัวเองที่ได้เห็นชุดที่ตัวเองใส่เต็มๆผ่านกระจกทรง โบราณตรงหน้า ชุดทักซิโด้ตัวยาวกับรองเท้าหนัง หมวกทรงพ่อมดกับหน้ากากสีขาวเคลือบเพชรสีเงิน ทั้งหมดนี้คือชุดที่ผมเลือกมางานปาร์ตี้ฮาโลวีนในค่ำคืนนี้
...จุดเริ่มต้นของสถานที่แห่งนี้มาจากตรงไหนกัน...
...นั่นไม่สำคัญเท่ากับคนอีกคนที่สะท้อนเข้ามาในกระจกให้ต้องเหลือบสายตาไปมองหรอก...
เสียงเพลงที่เหล่าดีเจหน้าผีกำลังเปิดให้กับแขกในงานปาร์ตี้ฮาโลวีนเต้นกันเต็ม พื้นที่ไม่ได้เรียกความสนใจให้ผมได้เท่ากับชายหนุ่มที่สวมหน้ากากคล้ายๆกับ ผมตรงหน้านี้เลย จะต่างกันก็ตรงที่คนคนนี้ไม่มีหมวกเหมือนกับผม และหน้ากากที่เป็นสีดำคลุมรอบดวงตาทำให้นึกไม่ออกเอาซะเลยว่าหน้าตาจริงๆของ คนที่สะท้อนอยู่ในกระจกคนนี้ที่จริงแล้วเป็นเช่นไร ชุดทักซิโด้คล้ายๆกันกับผมจะต่างกันก็ตรงที่ปกเสื้อคนคนนี้ตั้งขึ้นสูงแถม ยังไม่ติดกระดุมเสื้อไปถึงสองเม็ดอีก ผมมองเห็นเพียงแค่ช่วงบนผ่านกระจกเท่านั้น…คนคนนี้กำลังมองมาที่ผมรึเปล่านะ …ผมไม่ได้คิดไปเองหรอก…คนคนนี้เดินเข้ามาอยู่ในองศาเดียวกับที่ผมจะสามารถ มองเห็นเขาได้ผ่านกระจกทรงโบราณนี้…และเขาคนนี้กำลังมองจ้องผมอยู่แน่นอนผม มั่นใจ
“เปลี่ยนแก้วเครื่องดื่มมั้ยครับ”
ผมสะดุ้ง …พร้อมกับหันไปมองบริกรของร้านที่ถือถาดเครื่องดื่มหลายชนิดอยู่ในมือข้าง ซ้าย ผมหันมามองแก้ววอดก้าของตัวเองที่หมดไปเมื่อครู่แล้วก็จำต้องวางแก้วเปล่าลง บนถาดและเลือกเหล้ามาซักชนิดมาถือเอาไว้ในมือ ผมกล่าวขอบคุณบริกรที่โค้งให้และเดินจากไปพร้อมกับเงยหน้ามองกระจกบานเดิม ตรงหน้าอีกครั้ง
“อ้าว…”
...คนคนนั้นหายไปแล้ว...
...เอาเถอะ…สำคัญซะเมื่อไหร่ล่ะ...
ผมส่ายหัวให้กับตัวเองพร้อมกับจิบเหล้าเข้าปากไปอีกครั้ง ผมเดินเลี่ยงบริเวณที่เสียงเพลงดังลั่นนั้น และเดินเลยมายังอีกมุมนึงของบ้านที่เต็มไปด้วย…อืมม…น่าจะเรียกว่ามุมสำหรับ คู่รักล่ะมั้ง…เพราะแต่ละคู่ที่แต่งตัวเข้าธีมกำลังพลอดรักกันใหญ่จนผมหัน หลังกลับแทบไม่ทัน ผมไม่ได้มาปาร์ตี้ฮาโลวีนเพื่อดูหนังสดหรอกนะ…น่าเกลียดชะมัดเลยสิ
“อะ…!”
“……….”
“ข…ขอโทษครับ…”
“ไม่เป็นไรครับ”
ตึกกก…
ใครจะเชื่อผมกัน…ว่าทันทีที่ผมหันหลังเตรียมเดินเลี่ยงไปอีกทางกลับกลายเป็นว่า ผมชนเข้ากับคนคนนั้น…คนที่มาให้ผมมองผ่านกระจกเมื่อครู่ คนที่จ้องผมแล้วอยู่ๆก็หายไปเพียงเสี้ยววิจนน่าขนลุก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่ผมหันไปชนซะอย่างงั้น ใบหน้าที่มองไม่ชัดเพราะหน้ากากสีดำที่ปิดรอบดวงตาที่มองจ้องผมให้ระยะ ประชิดทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมาได้ บ้าแน่ๆ…ผมใจเต้นกับใครก็ไม่รู้ได้ยังไงกันนะ…
คนคนนั้นเดินเลย ผ่านผมไปแล้ว มือที่ผมยกขึ้นมากุมหน้าอกตัวเองหวังจะให้ใจมันกลับมาเต้นให้เป็นปกติแต่ก็ เหมือนจะทำได้ยากนัก ผมหันกลับไปมองตามชายคนนั้นที่ลงไปนั่งที่โซฟาสีแดงแถมยังไขว่ห้างอีกด้วย ภาพที่ผมเห็นตอนนี้คือมีสาวที่แต่งตัวเป็นแม่มดหลายคนสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น กำลังนั่งประกบกับหนุ่มชุดทักซิโด้หน้ากากดำคนนั้นเต็มไปหมด ถ้าผมทนมองต่อไปอาจจะมีหนังสดเกิดขึ้นตรงหน้าก็เป็นได้ใครจะรู้ ผมรีบหันกลับไปอย่างเดิมพร้อมกับก้าวออกจากมุมมืดนี้ไปโดยเร็ว...
...พร้อมกับสายตาคมที่มองผ่านหน้ากากสีดำมองตามไปไม่วางตา...

ผมกำลังดื่มเหล้า…
ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมดื่มไปแล้วกี่แก้ว ผมจำไม่ได้อีกเช่นกัน ว่าผมมาอยู่ในปาร์ตี้ฮาโลวีนน่าเวียนหัวนี้กี่ชั่วโมงแล้ว ผมกลับมายืนกระดกเหล้าอยู่ที่จุดๆเดิม ตรงส่วนที่มีดนตรีเสียงดังและผู้คนเต้นกันทั่วทั้งห้องโถง ผมเพียงแค่ยืนพิงเคาท์เตอร์บาร์เล็กๆและยกแก้วเหล้าดื่มเงียบๆคนเดียว ถ้าถามว่าผมเมาไปแล้วรึเปล่า…บางทีคำตอบอาจจะใช่ก็เป็นได้…
“ไม่ออกไปเต้นบ้างเหรอครับ”
ตึกกก…
ผมหันไปมองตามเสียงของคนที่มาหยุดยืนข้างๆ หัวใจอยู่ๆก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเป็นคนคนเดิมที่ผมเดินหนีมา …ตามมาทำไมกันนะ…ผมคิด…แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปซักคำให้ต้องเสียฟอร์ม แม้แต่คำตอบที่ควรจะตอบตามคนมีมารยาทผมก็ไม่คิดจะเอ่ย อาจจะเพราะผมคิดว่าผมเมาแล้วก็ได้ผมถึงได้กล้าเสียมารยาทต่อใครก็ไม่รู้ที่ อยู่ๆก็มาชวนคุย…
ผู้หญิงพวกนั้นไม่ตามมาด้วยรึไงนะ…
“ไม่ตอบ…หยิ่งสินะ…”
“ชิ!!”
“หึหึ”
ผมสบถออกมาทันทีที่โดนว่าว่าหยิ่ง แต่แล้วรอยยิ้มขันบนใบหน้าของชายหนุ่มหน้ากากดำคือคำตอบที่ทำให้ผมรู้สึกอาย ขึ้นมาแทน ผมเผลอตอบรับคนคนนี้ไปโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว คนคนนี้คงจะขำกับท่าทางของผมมากสินะถึงได้ยิ้มไม่เลิกแบบนี้ อยากให้ผมออกไปเต้นงั้นเหรอ??...ได้!
ผมยกแก้วเหล้าที่ถืออยู่ ขึ้นมาดื่มทีเดียวหมดแล้ววางลงที่เคาท์เตอร์ข้างๆทันที ผมเดินเบียดไหล่ผู้ชายที่หัวเราะเยาะผมเมื่อครู่ไปด้วยอาการเซไปมาเล็กน้อย พร้อมกับเดินไปกลางฟลอร์ ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมผู้คนถึงแหวกทางให้ผมจนผมมาหยุดยืนอยู่กลางสปอร์ตไลท์ ที่ส่องลงมาพอดี ท่าทางผมคงจะทุเรศมากละมั้งผู้คนถึงเคลียร์ทางให้และหันมามองผมเป็นตาเดียว หรือเพราะผมเมากัน? แต่ก็ช่างเถอะ…ใช่ว่าผมจะสนใจ
ผมร้อน…
ร้อนไปทั้งกาย…
ผมคงกำลังเต้นอยู่กลางฟลอร์แน่ๆ สติผมไม่ค่อยจะมีซะเท่าไหร่หรอก ผมไม่รู้ว่าหูกระต่ายที่คอกับหมวกทรงสูงบนหัวผมหายไปไหน สูททักซิโด้ก็หายไปไหนไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้ตัวว่าผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตขาวลงไปสองเม็ดก็ตอนที่มือเย็นๆของตัวเอง สัมผัสลงบนต้นคอในขณะที่ผมเต้นไปด้วย ถ้ามีกระจกอยู่ตรงหน้าให้ส่องตัวเอง…ตอนนี้ผมคงเหลือเพียงแค่รองเท้าบู้ทคู่ นึง กางเกงหนังหนึ่งตัว เสื้อเชิ้ตขาวบางๆ แล้วก็ไอ้หน้ากากบ้าๆนี่ล่ะมั้ง…
“หึ...”
เสียงหัวเราะรึเปล่า?? ใช่เสียงหัวเราะใช่มั้ย?? ผมมั่นใจว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะเยาะอยู่ใกล้ๆหูของผม บางทีอาจจะดังมาจากด้านหลังผมเองก็ได้ เสียงคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ผมกำลังเต้นไปด้วยพร้อมกับหันกลับไปมองเผื่อจะได้คำตอบให้ตัวเอง…นั่นไป…ไอ้ หมอนี่อีกแล้ว ใจเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกแล้วสิ…
“นาย…หัวเราะอะไร”
“หัวเราะคุณน่ะสิ…เมาแล้วนะครับ”
“แล้วไง…มันเกี่ยวอะไรกับนายตรงไหน”
“ก็ไม่เกี่ยวหรอก…แต่ก็อยากจะเกี่ยวอยู่เหมือนกันล่ะ”
“หืม?? พูดอะไรน่ะ…ไม่เห็นจะเข้าใจ”
ผมส่ายหัวให้ไอ้หมอนี่แล้วหันหลังกลับไปเต้นอย่างเดิม กลิ่นหอมๆลอยเข้าจมูกจนรู้สึกได้ว่าไม่ใช่น้ำหอมของตัวเองแน่ๆ ผมชะงักกับที่ไปเมื่อรู้สึกถึงแรงรัดที่เอวตัวเองจากคนด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสบางเบาที่ขมับข้างซ้าย…ยังไงกันเนี่ย…นี่ผมกำลังโดนไอ้หมอนี่ กอดใช่มั้ย?...ถ้าผมมีสติมากพอผมก็ต้องหันกลับไปต่อยหน้ามันแล้วแน่ๆ
...แต่ผมกำลังเมานี่นะ...
...เพราะฉะนั้นผมก็คงจะไม่มีแรงผลักหรอกจริงมั้ย...
“นาย…ทำ…อะไรน่ะ”
“กอด”
“ชิ!! กอดทำไม…รู้จักรึก็ไม่”
“ก็อยากกอด…แค่นั้น”
“อือฮึ…อยากกอดแค่นั้น?...ก็เลยกอดงั้นสินะ…ทุเรศชะมัด”
“จริงๆก็ไม่ใช่หรอก”
“หืออ? หมายความว่าไง…นี่ทำไมนายชอบพูดอะไรให้เข้าใจยากจัง”
“ก็หมายความว่าไม่ใช่แค่อยากกอดไงครับ”
“แล้วอยากทำอะไรอีกล่ะ”
“จูบ”
“อะ!”
ตึกกก…
ผมไม่รู้ว่าแสงสปอร์ตไลท์ยังคงสาดส่องมาที่ผมอยู่รึเปล่า ผู้คนภายในบ้านหลังนี้ยังคงจ้องมองมาที่ผมอยู่เหมือนเดิมมั้ย ผมไม่รู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้นที่อยู่ๆผมกลับกลายเป็นคนที่กำลังประกบ จูบอยู่กับคนแปลกหน้าคนนี้…ใครก็ไม่รู้ที่มาจ้องผม…มาทำให้ใจเต้นแรง…มากอด …แล้วก็ดึงตัวผมเข้าไปจูบโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ผมไม่รู้ว่าตัวเองโอนอ่อนไปกับสัมผัสของคนแปลกหน้าคนนี้ได้ยังไง สติที่เหลือน้อยเต็มทีกลับยิ่งหดหายไปเกือบหมดเมื่อเรียวลิ้นร้อนสอดแทรก เข้ามาพร้อมกับมือแกร่งที่จับท้ายทอยของผมเอาไว้ให้รับสัมผัสนี้อย่างเอาแต่ ใจ
...ไอ้หมอนี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ...
...โดยเฉพาะตัวผมเองนี่แหละ...
...ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่รู้สึกดีมากขนาดนี้…
“อึก…อื้อ”
“หึหึ”
“นาย…!!!”
“ผมชื่อชองยุนโฮครับ”
ริมฝีปากผมคงจะแดงไปหมดจากจูบเร่าร้อนเมื่อครู่แน่ๆถึงได้ทำให้ไอ้หมอนี่ หัวเราะเยาะผมอีกครั้ง ผมไม่สามารถยืนตัวตรงได้เมื่ออยู่ๆคนตรงหน้าก็ปล่อยให้ผมเป็นอิสระจนสุดท้าย ไอ้หมอนี่ที่บอกว่าชื่อชองยุนโฮก็ต้องรั้งตัวผมเอาไว้ในอ้อมกอดไปแทน ผมออกแรงผลักชองยุนโฮให้ออกไปไกลๆ แต่ดูเหมือนยิ่งผลักกลับยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดตัวผมแทบทั้งร่างซะมากกว่า
...ผมไม่น่าดื่มหลายแก้วเลยจริงๆ...
“ไปกับผม”
“ม…ไม่มีทาง”
“ไปเถอะครับ”
“ไปไหนล่ะ…ไม่ไปนะ”
“ผมอยากให้คุณไปกับผม”
ดวงตาของชองยุนโฮมองจ้องมาที่ผมอยู่ ผ่านหน้ากากสีดำที่หลบซ่อนใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้ให้ผมยิ่งรู้สึกตัวเองเสีย เปรียบ แต่ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองอาจจะโดนหลอกจากคนแปลกหน้าคนนี้ แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงต้องเดินตามเขาไปด้วย ชองยุนโฮกำรอบข้อมือผมไม่แรงนักและเดินแหวกฝูงชนไปตามทาง ทำไมสองขาของผมถึงต้องตามเขาไปด้วย ทำไมผมถึงไม่สะบัดมือของคนคนนี้ไปซะทั้งที่คงตรงหน้าก็ไม่ได้จับแรงอะไรเลย
...ผมบอกแล้วว่าผมกำลังเมา...
...ใช่...
...คงเป็นเพราะว่าผมเมา...
...ไม่ใช่เพราะดวงตาที่มองจ้องผมเมื่อครู่หรอกนะ...

ผมไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน…
ผมไม่รู้ว่าผมยังอยู่ในบ้านหลังเดิม… หรือว่าผมโดนชองยุนโฮลากออกมาจากที่นั่นแล้วก็ไม่รู้ รอบข้างมันดูขาวโพลน เหมือนมีหมอกควันบางเบาล้อมรอบ เหมือนอยู่ในความฝันยังไงอย่างงั้นเลย หรือที่จริงอาจจะเป็นเพราะหน้ากากบ้าๆนี่ก็เป็นได้ที่ทำให้ผมมองเป็นแบบนั้น สิ่งที่ชัดเจนที่สุดกับสติที่เหลือน้อยเต็มทีนั่นก็คือแผ่นหลังกว้างของคน ที่จูงมือผมเอาไว้ไม่ปล่อย นี่ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่ยอมเดินตามคนแปลกหน้ามา…คนแปลกหน้าที่แม้แต่หน้า ตาผมยังไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง…
...อ่า…ชองยุนโฮหยุดเดินแล้วล่ะ...
...แต่ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าที่นี่ที่ไหน...
...เพราะผมมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากใบหน้าของคนที่ถอดหน้ากากสีดำออกมา...
...ใบหน้าของชองยุนโฮที่ผมได้เห็นชัดๆซักที...
“ผมคิดถึงคุณ”
“เห…..”
“ผมคิดถึงคุณมาก…แจจุง”
ให้มันได้อย่างนี้สิ…หมอนี่รู้จักผม…ผมได้ยินไม่ผิดหรอกว่ายุนโฮเรียกชื่อผมออก มา กับประโยคสั้นๆที่บ่งบอกว่าเขารู้จักผม…งั้นเหรอ??...ยุนโฮจะรู้จักผมได้ยัง ไงในเมื่อผมไม่รู้จักเขาเลยซักนิด
ใช่มั้ย…..
ผมมองหน้าชองยุนโฮ…ผมจ้องหน้าเขาอย่างละเอียด…หน้าตาที่ลึกๆแล้วผมรู้สึกคุ้น เคย...ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆว่าผมเคยเจอหรืออาจจะเคยรู้จักชองยุนโฮคนนี้มา ก่อนแน่ๆ ดวงตาคมกำลังมองจ้องผมอยู่เช่นกัน เหมือนรอบข้างมันหยุดนิ่งไปหมดแล้ว
...คนคนนี้เป็นใครกันนะ...
“อะ….”
ชองยุนโฮยื่นมือมาดึงหน้ากากสีขาวที่ปิดรอบดวงตาของผมออก สิ่งรอบข้างชัดเจนขึ้นในทันที ผมเห็นชัดว่ายุนโฮยังคงจ้องผมอยู่เหมือนเดิม ใบหน้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ…เรื่อยๆ…ยุนโฮยื่นมือมากุมแก้มข้างซ้ายของผมเอา ไว้จนผมต้องสะดุ้ง อยู่ๆผมก็รู้สึกว่าต้องหลับตาลง...ภายในใจของผมเหมือนจะสั่งให้ผมปิดเปลือก ตาทั้งสองข้างลงไปซะ...ผมไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน…แต่ผมรู้สึกว่าผมต้องยอมคน คนนี้…ผมต้องยอมให้ยุนโฮจูบผมเป็นครั้งที่สองในค่ำคืนนี้…
“ผมคิดถึงคุณมากแจจุง…”
“ยะ……”
“คุณคิดถึงผมมั้ยครับ”
“………”
ริมฝีปากอุ่นกดลงมาที่ริมฝีปากของผม ผมมองไม่เห็นอะไรอีกแล้วนอกจากความอบอุ่นที่ยุนโฮถ่ายทอดมาที่ผมในเวลานี้ ฝ่ามืออุ่นที่แก้มซ้ายของผมกำลังดันให้ผมรับสัมผัสของรสจูบอ่อนโยนนี้ง่าย ขึ้น ยุนโฮจูบผมเนิ่นนาน นานแค่ไหนผมคงจะตอบไม่ได้ แต่ผมรู้สึกแบบนั้นนั่นแหละว่ายุนโฮจูบผมนานมาก แล้วมันก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
...หายใจไม่ออกเลย...
...เหมือนร่างกายมันอ่อนแรงลงทุกวินาที...
สัมผัสอ่อนโยนที่หน้าผากของผมตอนนี้คือฝีมือของชองยุนโฮอีกใช่มั้ย หลังจากที่คนคนนี้ปล่อยให้ผมเป็นอิสระตักตวงอากาศเข้าปอดอีกครั้งผมก็ถูกยุ นโฮจูบไปทั่วทั้งหน้า สติที่ลดน้อยลงไปทุกทีบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอลทำให้ผมต้องจับแขนของยุนโฮเอา ไว้เพื่อทรงตัว ไม่อย่างนั้นผมอาจจะร่วงลงไปกองกับพื้นแล้วก็ได้ใครจะรู้ ผมคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ ร่างกายมันร้อนไปหมด…ร้อนมานานแล้ว…แล้วก็ร้อนมากกว่าเดิมเพราะคนคนนี้นั่น แหละ
“แจจุง….”
“ปะ...ปล่อย...ปล่อยแจจุง”
“เรียกชื่อผมสิ……นะครับ”
“ไม่......”
“เรียกสิ”
“ทะ...ทำไมต้องเรียก!”
“เรียกชื่อผม!”
“ยุนโฮ”
“ดีมาก”
“อื้ออ!!”
ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ…ผมโดนยุนโฮจูบอีกแล้ว…ครั้งที่สามแล้วสินะ จูบรุนแรงที่ยุนโฮดันกายของผมไปติดกำแพงแล้วอยู่ๆก็สอดแทรกลิ้นอุ่นเข้ามา รุกรานผม…ผมแย่แล้วล่ะ…ผมจะตายมั้ย…มันร้อนและรุนแรงเกินไปจนผมแทบจะยืนไม่ อยู่ และเหมือนคนใจร้ายจะรู้ซะอย่างงั้นถึงได้รัดเอวของผมเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป กองกับพื้นซะก่อน ริมฝีปากของผมยังคงถูกช่วงชิงอากาศหายใจต่อไป ขณะที่ผมทำได้แค่ยอมให้กับคนเอาแต่ใจจูบผมแบบนี้โดยที่ไม่คิดจะผลักไสแต่ อย่างใด
...เหมือนร่างกายผมเองก็รอคอยสิ่งนี้มาเนิ่นนาน...
...ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆว่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้มันมาจากไหน...
...คนที่กำลังจูบผมอยู่คือยุนโฮ...
...และผมคือแจจุง...
...กับปาร์ตี้ฮาโลวีน...
...แล้วยังไงล่ะ…
...ทำไมผมถึงต้องมาให้ยุนโฮจูบแบบนี้ด้วยนะ...
...ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ...
“อื้อ…ปะ…ปล่อย…ปล่อยนะ”
“ไม่หรอกครับ…ไม่ปล่อยหรอก”
“อะ…..”
ต้นคอผมถูกดูดดึงแทนริมฝีปากของผมแล้วสินะ ยุนโฮก้มลงไปกดจูบลงที่ต้นคอผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบางที่ผมคงจะเผลอปลดกระดุมตอน ที่เต้นเมื่อครู่ แล้วยุนโฮก็ใจดีปลดกระดุมที่เหลือออกไปจนหมดอีกด้วยสิ ผมไม่ได้รู้สึกหนาวเลยซักนิดที่เสื้อเกือบจะหลุดออกจากตัวผมอยู่แล้ว แต่ผมกลับร้อนมากกว่าเดิมซะอีกเมื่อลิ้นร้อนขบเม้มลงบนหน้าอกของผมแทนจนอด ครางในลำคอไม่ได้ ผมไม่รู้ว่ามือของผมเลื่อนไปวางลงบนเส้นผมของยุนโฮตั้งแต่เมื่อไหร่...แต่ ที่รู้ในตอนนี้คือยุนโฮจูบผมอีกแล้ว…
...จูบครั้งที่สี่...
...แล้วก็ครั้งที่ห้า...
...แล้วผมก็ตัดสินใจเลิกนับมันในที่สุด...
...ร้อน...
...ผมร้อนมาก...
...ร้อนไปทั้งกาย...
...ชองยุนโฮ...
...ใช่สินะ...
...ยุนโฮคนนี้เองผมนึกออกแล้ว...
...ชองยุนโฮของคิมแจจุง...
...คนรักของผมนั่นเอง...
…………..
……………….
……………………….
………………………………..
…………………………………………
“จ...จุง…”
“แจจุง.........”
“แจจุงครับ!!”
“ฮ่ะ!!!”
“เหงื่อออกเต็มเลย…คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
“..........ย…ยุนโฮ!!”
“หืมม?...เป็นอะไรน่ะแจจุง…ไม่สบายรึเปล่า…หรือว่าฝันร้ายครับ?”
“ฝัน…ฝันเหรอออออ”
“ถามผมเหรอ?...แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง…ผมเห็นคุณเหงื่อออกเยอะมาก…แล้วก็ร้องแปลกๆด้วยก็เลยปลุก…แจจุง...คุณฝันร้ายเหรอครับ”
“…………..”
“เงียบ…แสดงว่าฝันจริงๆใช่มั้ยครับ?? ฝันว่าอะไรไหนเล่ามาซิ...หรือว่าฝันทะลึ่ง???”
“ไม่ใช่นะ! เอ้ย!!! ไม่ได้ฝัน…ใครฝัน…แจจุงไม่ได้ฝันนะยุนโฮ!!”
“อือฮึ”
“อย่ามายิ้มแบบนี้นะ…แจจุงไม่ได้ฝันซะหน่อย…ก็มัน…มัน…”
“มันทำไมครับ”
“มัน…เหมือนจริงมาก…เหมือนมากจริงๆนะ”
ผมยิ้มให้กับคนรักที่พูดเสียงสั่นๆแล้วก็กระโดดมากอดรอบคอผมเอาไว้แน่น ผมแทบจะหงายหลังลงไปที่เตียงแต่ก็รับคนตัวเล็กไว้ทันพร้อมกับกอดตอบให้คน เสียขวัญนิ่งซะ แจจุงสั่นไปทั้งร่างเลย ผมกอดแจจุงเอาไว้แน่นๆจนใบหน้าชื้นเหงื่อแทบจะจมหายไปในอ้อมอกของผมอยู่แล้ว ผมไม่พูดอะไรออกมาอีก ปล่อยให้คนเสียขวัญกอดผมอยู่อย่างนี้จนพอใจ
เกือบห้านาทีที่หัวใจผมเต้นรุนแรงมากจนต้องผวาไปกอดยุนโฮเอาไว้แน่น กว่าผมจะปรับตัวได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั่นคือความฝัน ผมก็แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว...มันคือความฝันจริงๆน่ะเหรอ...นี่ผมฝัน เพราะวันนี้เป็นวันฮาโลวีนหรือยังไงกันนะ...แล้วทำไมในฝันผมต้องลืมยุนโฮ ด้วยล่ะ...แต่จะให้ไปถามหาความหมายของความฝัน...ใครเล่าจะได้คำตอบกัน??
...ใช่...มันเป็นแค่ความฝันคิมแจจุง...
...นายไม่ได้ลืมยุนโฮของนายซักหน่อย...
“ยุนโฮ...ยุน...ยุนโฮ.......”
“ครับๆ”
“ปาร์ตี้ฮาโลวีนคืนนี้แจจุงไม่ไปแล้วนะ...ไม่ไปแล้ว!”
“อ้าว...แจจุงไม่ใช่เหรอที่อยากไปปาร์ตี้ที่บ้านชางมินน่ะ...ไม่อยากไปแล้วเหรอครับ”
“ไม่ไปแล้ว...แค่ไปทานข้าวกันก็พอ...สองคน...นะ...”
“ครับๆ...ตามใจคุณอยู่แล้วล่ะ”
ชองยุนโฮส่ายหัวให้กับคนรักที่ทำหน้าเสียอย่างกับว่าปาร์ตี้ที่บ้านไอ้ชางมินจะ มีผีอย่างงั้นล่ะ ผมลอบยิ้มออกมากับคนตัวเล็กที่กอดผมไม่เลิกจนต้องกอดเอาไว้ไม่ปล่อยอยู่แบบ นี้ ผมหันไปมองโยโย่ที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงพร้อมทำ หน้าบึ้งมองผมกับแจจุงไม่วางตา...แต่จริงๆหน้ามันก็บึ้งอยู่ตลอดเวลานี่นะ ...ผมคิดอย่างขำๆพร้อมกับชี้นิ้วใส่มันและชี้ไปทางประตูห้องเป็นคำสั่งให้ มันออกไปข้างนอกได้แล้ว โยโย่มองเจ้านายตัวเองพักนึงและกระโดดลงจากเตียงอย่างเชื่อฟัง.......
...แมวหน้าบึ้งกระโดดลงจากเตียงอย่างเชื่อฟัง...
...พร้อมกับยื่นมือไปเกี่ยวหน้ากากสีขาวที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมางับเข้าปากตัวเอง...
...ของเล่นใหม่ที่เจ้านายทำตกเตียงกลายเป็นของมันในที่สุด...
...ก็ผมเห็นจีจี้คาบหน้ากากสีดำออกจากห้องเจ้านายเมื่อเช้าแล้วก็อยากจะได้บ้างนี่ครับ...
...พวกคุณอย่าไปบอกเจ้านายของผมนะ...
...ของเล่นสองชิ้นนี้ผมกับเจ้าจี้จะเอาไปซ่อนอย่างดีเลย!!...

เมี๊ยว! = ^ =!
E N D ~♫♫
Ladazzy's Talk ~♫♫
หิหิหิหิหิ!! XDDDDDDD
สาระเรื่องนี้มันอยู่ตรงไหนกันนะ??!!! 5555555555555555 lol
สุขสันต์วันฮาโลวีนค่ะทุกท่าน > <
จริงๆฟิคฮาโลวีนโฟร์คทำเป็นโปรเจกต์ร่วมกับนักเขียนอีก 6 ท่าน
และอีก 6 คนไม่ได้เอาลงบล็อคทุกเรื่อง ถ้าไงก็... ไม่เป็นไรหรอกเนาะ~ 555+
ถ้าใครอ่านแล้วพยายามหาคำตอบของความฝันของแจจุง
สงสัยว่าไอ้โย่เกี่ยวอะไรมั้ย? หรือว่าเป็นเพราะมายลอร์ดชางมินมีส่วนเกี่ยวข้องรึเปล่า??
หน้ากากมายังไงฟะ?? จงอย่าสงสัยต่อไปเลยนะคะ
พอดีฟิคโปรเจกต์นี้เป็นฟิคใจง่าย >///< เป็นฟิคเอาแต่ใจคนแต่ง 555+
ก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้ในที่สุด ฮิ____ฮิ
กะแจจุงเค้าบอกแระไง จะหาความหมายของความฝันใครเล่าจะตอบได้ เอิ๊กๆ~~
lol
อ่านสนุกๆๆนะคะทุกคน เป็นครั้งแรกที่แต่งฟิวนี้ล่ะ! ฮิ____ฮิ
ขอบคุณเพื่อนร่วมโปรเจกต์ทุกท่าน ทั้งฝาแฝดฮซคย. รนรด. พฮร. อมอ. รวมไปถึงจูนโบรนันโด้ย~ ^o^
ขอบคุณพลอยที่ชักชวนให้ร่วมโปรเจกต์ฮาโลวีนฮับ :D
HAPPY HALLOWEEN~! :D
Title : The Mask of Night
Author : Ladazzy
Pairing : Yunho x Jaejoong
31.10.2011
00.01am
ผมชื่อคิมแจจุง…
และคืนนี้เป็นคืนฮาโลวีน…
ผมกำลังเดินเข้าไปในบ้านหลังนึง…ซึ่งถ้ามองจากด้านนอกแล้วมันช่างเงียบสงัด ยิ่งนัก แต่เมื่อมือของผมเปิดประตูเข้าไปด้านใน แสงที่ค่อนข้างมืดสลัวสีส้มๆกลับเข้าสู่สายตาของผมเป็นอย่างแรก ภายในบ้านที่ดูลึกลับแห่งนี้ได้ตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของเทศกาลฮาโลวีนพา ให้น่าขนลุกตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินผ่านเข้ามา ผมมองไปทั่วบริเวณแบบไม่ค่อยจะชัดนักนั่นไม่ใช่เพราะผมลืมใส่คอนแท็คเลนส์ หรือดวงตาพล่ามัวแต่อย่างใด แต่เพราะหน้ากากที่ผมใส่อยู่นี่ต่างหากที่ทำให้ผมมองภาพในนี้ได้แคบลง…ก็งาน นี้มันต้องใส่หน้ากากเข้างานนี่นะ...

Halloween Party :: Theme :: “The Mask of Night”
ผู้คนมากมายเดินผ่านผมไป เอาจริงๆก็คือผมเดินผ่านพวกเขาไปทีละคนซะมากกว่า ทุกคนใส่หน้ากากเช่นเดียวกับผม จะต่างกันก็ตรงที่หน้ากากแต่ละคนนั้นมีหลากหลายเหลือเกิน บ้างก็ใส่หน้ากากหัวฟักทองมีดวงตาน่ากลัว บ้างก็หน้ากากผีที่ถ้าให้ผมจ้องนานๆก็พาลให้ขนลุกได้เหมือนกัน บ้างก็แต่งตัวเป็นมัมมี่ทั้งตัวซะเลย ชุดลายโครงกระดูกก็มีไม่น้อยล่ะ เหมือนผมเข้ามาอยู่อีกโลกนึงที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ผมเดินเลยผ่านทุกๆคนไปตามเส้นทางของบ้านหลังนี้ ควันจากอะไรซักอย่างรวมไปถึงกลิ่นเหล้าโชยเข้าจมูกแต่ก็ไม่ทำให้ผมหงุดหงิด แต่อย่างใด เพราะผมเองก็รับแก้วเหล้าจากบริกรหน้าผีที่ทางเข้าร้านมาไว้ในมือแล้วเช่น เดียวกัน
ผมเดินช้าๆไปตามทางพร้อมกับจิบวอดก้าดีกรีแรงลงคอไป ด้วย กระจกบานใหญ่ตรงหน้าที่ติดกับกำแพงของผับคือสิ่งที่สะท้อนเข้าสู่สายตาของผม ในตอนนี้…อ่า…หน้ากากสีขาวปิดบริเวณดวงตาธรรมดาๆเท่านั้นเองเหรอที่ผมเลือก หยิบมาใส่ กับหมวกพ่อมดทรงสูงที่วางอยู่บนหัวให้ดูน่าขันชะมัด ผมลอบยิ้มมุมปากให้กับตัวเองที่ได้เห็นชุดที่ตัวเองใส่เต็มๆผ่านกระจกทรง โบราณตรงหน้า ชุดทักซิโด้ตัวยาวกับรองเท้าหนัง หมวกทรงพ่อมดกับหน้ากากสีขาวเคลือบเพชรสีเงิน ทั้งหมดนี้คือชุดที่ผมเลือกมางานปาร์ตี้ฮาโลวีนในค่ำคืนนี้
...จุดเริ่มต้นของสถานที่แห่งนี้มาจากตรงไหนกัน...
...นั่นไม่สำคัญเท่ากับคนอีกคนที่สะท้อนเข้ามาในกระจกให้ต้องเหลือบสายตาไปมองหรอก...
เสียงเพลงที่เหล่าดีเจหน้าผีกำลังเปิดให้กับแขกในงานปาร์ตี้ฮาโลวีนเต้นกันเต็ม พื้นที่ไม่ได้เรียกความสนใจให้ผมได้เท่ากับชายหนุ่มที่สวมหน้ากากคล้ายๆกับ ผมตรงหน้านี้เลย จะต่างกันก็ตรงที่คนคนนี้ไม่มีหมวกเหมือนกับผม และหน้ากากที่เป็นสีดำคลุมรอบดวงตาทำให้นึกไม่ออกเอาซะเลยว่าหน้าตาจริงๆของ คนที่สะท้อนอยู่ในกระจกคนนี้ที่จริงแล้วเป็นเช่นไร ชุดทักซิโด้คล้ายๆกันกับผมจะต่างกันก็ตรงที่ปกเสื้อคนคนนี้ตั้งขึ้นสูงแถม ยังไม่ติดกระดุมเสื้อไปถึงสองเม็ดอีก ผมมองเห็นเพียงแค่ช่วงบนผ่านกระจกเท่านั้น…คนคนนี้กำลังมองมาที่ผมรึเปล่านะ …ผมไม่ได้คิดไปเองหรอก…คนคนนี้เดินเข้ามาอยู่ในองศาเดียวกับที่ผมจะสามารถ มองเห็นเขาได้ผ่านกระจกทรงโบราณนี้…และเขาคนนี้กำลังมองจ้องผมอยู่แน่นอนผม มั่นใจ
“เปลี่ยนแก้วเครื่องดื่มมั้ยครับ”
ผมสะดุ้ง …พร้อมกับหันไปมองบริกรของร้านที่ถือถาดเครื่องดื่มหลายชนิดอยู่ในมือข้าง ซ้าย ผมหันมามองแก้ววอดก้าของตัวเองที่หมดไปเมื่อครู่แล้วก็จำต้องวางแก้วเปล่าลง บนถาดและเลือกเหล้ามาซักชนิดมาถือเอาไว้ในมือ ผมกล่าวขอบคุณบริกรที่โค้งให้และเดินจากไปพร้อมกับเงยหน้ามองกระจกบานเดิม ตรงหน้าอีกครั้ง
“อ้าว…”
...คนคนนั้นหายไปแล้ว...
...เอาเถอะ…สำคัญซะเมื่อไหร่ล่ะ...
ผมส่ายหัวให้กับตัวเองพร้อมกับจิบเหล้าเข้าปากไปอีกครั้ง ผมเดินเลี่ยงบริเวณที่เสียงเพลงดังลั่นนั้น และเดินเลยมายังอีกมุมนึงของบ้านที่เต็มไปด้วย…อืมม…น่าจะเรียกว่ามุมสำหรับ คู่รักล่ะมั้ง…เพราะแต่ละคู่ที่แต่งตัวเข้าธีมกำลังพลอดรักกันใหญ่จนผมหัน หลังกลับแทบไม่ทัน ผมไม่ได้มาปาร์ตี้ฮาโลวีนเพื่อดูหนังสดหรอกนะ…น่าเกลียดชะมัดเลยสิ
“อะ…!”
“……….”
“ข…ขอโทษครับ…”
“ไม่เป็นไรครับ”
ตึกกก…
ใครจะเชื่อผมกัน…ว่าทันทีที่ผมหันหลังเตรียมเดินเลี่ยงไปอีกทางกลับกลายเป็นว่า ผมชนเข้ากับคนคนนั้น…คนที่มาให้ผมมองผ่านกระจกเมื่อครู่ คนที่จ้องผมแล้วอยู่ๆก็หายไปเพียงเสี้ยววิจนน่าขนลุก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่ผมหันไปชนซะอย่างงั้น ใบหน้าที่มองไม่ชัดเพราะหน้ากากสีดำที่ปิดรอบดวงตาที่มองจ้องผมให้ระยะ ประชิดทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมาได้ บ้าแน่ๆ…ผมใจเต้นกับใครก็ไม่รู้ได้ยังไงกันนะ…
คนคนนั้นเดินเลย ผ่านผมไปแล้ว มือที่ผมยกขึ้นมากุมหน้าอกตัวเองหวังจะให้ใจมันกลับมาเต้นให้เป็นปกติแต่ก็ เหมือนจะทำได้ยากนัก ผมหันกลับไปมองตามชายคนนั้นที่ลงไปนั่งที่โซฟาสีแดงแถมยังไขว่ห้างอีกด้วย ภาพที่ผมเห็นตอนนี้คือมีสาวที่แต่งตัวเป็นแม่มดหลายคนสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น กำลังนั่งประกบกับหนุ่มชุดทักซิโด้หน้ากากดำคนนั้นเต็มไปหมด ถ้าผมทนมองต่อไปอาจจะมีหนังสดเกิดขึ้นตรงหน้าก็เป็นได้ใครจะรู้ ผมรีบหันกลับไปอย่างเดิมพร้อมกับก้าวออกจากมุมมืดนี้ไปโดยเร็ว...
...พร้อมกับสายตาคมที่มองผ่านหน้ากากสีดำมองตามไปไม่วางตา...

ผมกำลังดื่มเหล้า…
ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมดื่มไปแล้วกี่แก้ว ผมจำไม่ได้อีกเช่นกัน ว่าผมมาอยู่ในปาร์ตี้ฮาโลวีนน่าเวียนหัวนี้กี่ชั่วโมงแล้ว ผมกลับมายืนกระดกเหล้าอยู่ที่จุดๆเดิม ตรงส่วนที่มีดนตรีเสียงดังและผู้คนเต้นกันทั่วทั้งห้องโถง ผมเพียงแค่ยืนพิงเคาท์เตอร์บาร์เล็กๆและยกแก้วเหล้าดื่มเงียบๆคนเดียว ถ้าถามว่าผมเมาไปแล้วรึเปล่า…บางทีคำตอบอาจจะใช่ก็เป็นได้…
“ไม่ออกไปเต้นบ้างเหรอครับ”
ตึกกก…
ผมหันไปมองตามเสียงของคนที่มาหยุดยืนข้างๆ หัวใจอยู่ๆก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเป็นคนคนเดิมที่ผมเดินหนีมา …ตามมาทำไมกันนะ…ผมคิด…แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปซักคำให้ต้องเสียฟอร์ม แม้แต่คำตอบที่ควรจะตอบตามคนมีมารยาทผมก็ไม่คิดจะเอ่ย อาจจะเพราะผมคิดว่าผมเมาแล้วก็ได้ผมถึงได้กล้าเสียมารยาทต่อใครก็ไม่รู้ที่ อยู่ๆก็มาชวนคุย…
ผู้หญิงพวกนั้นไม่ตามมาด้วยรึไงนะ…
“ไม่ตอบ…หยิ่งสินะ…”
“ชิ!!”
“หึหึ”
ผมสบถออกมาทันทีที่โดนว่าว่าหยิ่ง แต่แล้วรอยยิ้มขันบนใบหน้าของชายหนุ่มหน้ากากดำคือคำตอบที่ทำให้ผมรู้สึกอาย ขึ้นมาแทน ผมเผลอตอบรับคนคนนี้ไปโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว คนคนนี้คงจะขำกับท่าทางของผมมากสินะถึงได้ยิ้มไม่เลิกแบบนี้ อยากให้ผมออกไปเต้นงั้นเหรอ??...ได้!
ผมยกแก้วเหล้าที่ถืออยู่ ขึ้นมาดื่มทีเดียวหมดแล้ววางลงที่เคาท์เตอร์ข้างๆทันที ผมเดินเบียดไหล่ผู้ชายที่หัวเราะเยาะผมเมื่อครู่ไปด้วยอาการเซไปมาเล็กน้อย พร้อมกับเดินไปกลางฟลอร์ ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมผู้คนถึงแหวกทางให้ผมจนผมมาหยุดยืนอยู่กลางสปอร์ตไลท์ ที่ส่องลงมาพอดี ท่าทางผมคงจะทุเรศมากละมั้งผู้คนถึงเคลียร์ทางให้และหันมามองผมเป็นตาเดียว หรือเพราะผมเมากัน? แต่ก็ช่างเถอะ…ใช่ว่าผมจะสนใจ
ผมร้อน…
ร้อนไปทั้งกาย…
ผมคงกำลังเต้นอยู่กลางฟลอร์แน่ๆ สติผมไม่ค่อยจะมีซะเท่าไหร่หรอก ผมไม่รู้ว่าหูกระต่ายที่คอกับหมวกทรงสูงบนหัวผมหายไปไหน สูททักซิโด้ก็หายไปไหนไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้ตัวว่าผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตขาวลงไปสองเม็ดก็ตอนที่มือเย็นๆของตัวเอง สัมผัสลงบนต้นคอในขณะที่ผมเต้นไปด้วย ถ้ามีกระจกอยู่ตรงหน้าให้ส่องตัวเอง…ตอนนี้ผมคงเหลือเพียงแค่รองเท้าบู้ทคู่ นึง กางเกงหนังหนึ่งตัว เสื้อเชิ้ตขาวบางๆ แล้วก็ไอ้หน้ากากบ้าๆนี่ล่ะมั้ง…
“หึ...”
เสียงหัวเราะรึเปล่า?? ใช่เสียงหัวเราะใช่มั้ย?? ผมมั่นใจว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะเยาะอยู่ใกล้ๆหูของผม บางทีอาจจะดังมาจากด้านหลังผมเองก็ได้ เสียงคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ผมกำลังเต้นไปด้วยพร้อมกับหันกลับไปมองเผื่อจะได้คำตอบให้ตัวเอง…นั่นไป…ไอ้ หมอนี่อีกแล้ว ใจเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกแล้วสิ…
“นาย…หัวเราะอะไร”
“หัวเราะคุณน่ะสิ…เมาแล้วนะครับ”
“แล้วไง…มันเกี่ยวอะไรกับนายตรงไหน”
“ก็ไม่เกี่ยวหรอก…แต่ก็อยากจะเกี่ยวอยู่เหมือนกันล่ะ”
“หืม?? พูดอะไรน่ะ…ไม่เห็นจะเข้าใจ”
ผมส่ายหัวให้ไอ้หมอนี่แล้วหันหลังกลับไปเต้นอย่างเดิม กลิ่นหอมๆลอยเข้าจมูกจนรู้สึกได้ว่าไม่ใช่น้ำหอมของตัวเองแน่ๆ ผมชะงักกับที่ไปเมื่อรู้สึกถึงแรงรัดที่เอวตัวเองจากคนด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสบางเบาที่ขมับข้างซ้าย…ยังไงกันเนี่ย…นี่ผมกำลังโดนไอ้หมอนี่ กอดใช่มั้ย?...ถ้าผมมีสติมากพอผมก็ต้องหันกลับไปต่อยหน้ามันแล้วแน่ๆ
...แต่ผมกำลังเมานี่นะ...
...เพราะฉะนั้นผมก็คงจะไม่มีแรงผลักหรอกจริงมั้ย...
“นาย…ทำ…อะไรน่ะ”
“กอด”
“ชิ!! กอดทำไม…รู้จักรึก็ไม่”
“ก็อยากกอด…แค่นั้น”
“อือฮึ…อยากกอดแค่นั้น?...ก็เลยกอดงั้นสินะ…ทุเรศชะมัด”
“จริงๆก็ไม่ใช่หรอก”
“หืออ? หมายความว่าไง…นี่ทำไมนายชอบพูดอะไรให้เข้าใจยากจัง”
“ก็หมายความว่าไม่ใช่แค่อยากกอดไงครับ”
“แล้วอยากทำอะไรอีกล่ะ”
“จูบ”
“อะ!”
ตึกกก…
ผมไม่รู้ว่าแสงสปอร์ตไลท์ยังคงสาดส่องมาที่ผมอยู่รึเปล่า ผู้คนภายในบ้านหลังนี้ยังคงจ้องมองมาที่ผมอยู่เหมือนเดิมมั้ย ผมไม่รู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้นที่อยู่ๆผมกลับกลายเป็นคนที่กำลังประกบ จูบอยู่กับคนแปลกหน้าคนนี้…ใครก็ไม่รู้ที่มาจ้องผม…มาทำให้ใจเต้นแรง…มากอด …แล้วก็ดึงตัวผมเข้าไปจูบโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ผมไม่รู้ว่าตัวเองโอนอ่อนไปกับสัมผัสของคนแปลกหน้าคนนี้ได้ยังไง สติที่เหลือน้อยเต็มทีกลับยิ่งหดหายไปเกือบหมดเมื่อเรียวลิ้นร้อนสอดแทรก เข้ามาพร้อมกับมือแกร่งที่จับท้ายทอยของผมเอาไว้ให้รับสัมผัสนี้อย่างเอาแต่ ใจ
...ไอ้หมอนี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ...
...โดยเฉพาะตัวผมเองนี่แหละ...
...ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่รู้สึกดีมากขนาดนี้…
“อึก…อื้อ”
“หึหึ”
“นาย…!!!”
“ผมชื่อชองยุนโฮครับ”
ริมฝีปากผมคงจะแดงไปหมดจากจูบเร่าร้อนเมื่อครู่แน่ๆถึงได้ทำให้ไอ้หมอนี่ หัวเราะเยาะผมอีกครั้ง ผมไม่สามารถยืนตัวตรงได้เมื่ออยู่ๆคนตรงหน้าก็ปล่อยให้ผมเป็นอิสระจนสุดท้าย ไอ้หมอนี่ที่บอกว่าชื่อชองยุนโฮก็ต้องรั้งตัวผมเอาไว้ในอ้อมกอดไปแทน ผมออกแรงผลักชองยุนโฮให้ออกไปไกลๆ แต่ดูเหมือนยิ่งผลักกลับยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดตัวผมแทบทั้งร่างซะมากกว่า
...ผมไม่น่าดื่มหลายแก้วเลยจริงๆ...
“ไปกับผม”
“ม…ไม่มีทาง”
“ไปเถอะครับ”
“ไปไหนล่ะ…ไม่ไปนะ”
“ผมอยากให้คุณไปกับผม”
ดวงตาของชองยุนโฮมองจ้องมาที่ผมอยู่ ผ่านหน้ากากสีดำที่หลบซ่อนใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้ให้ผมยิ่งรู้สึกตัวเองเสีย เปรียบ แต่ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองอาจจะโดนหลอกจากคนแปลกหน้าคนนี้ แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงต้องเดินตามเขาไปด้วย ชองยุนโฮกำรอบข้อมือผมไม่แรงนักและเดินแหวกฝูงชนไปตามทาง ทำไมสองขาของผมถึงต้องตามเขาไปด้วย ทำไมผมถึงไม่สะบัดมือของคนคนนี้ไปซะทั้งที่คงตรงหน้าก็ไม่ได้จับแรงอะไรเลย
...ผมบอกแล้วว่าผมกำลังเมา...
...ใช่...
...คงเป็นเพราะว่าผมเมา...
...ไม่ใช่เพราะดวงตาที่มองจ้องผมเมื่อครู่หรอกนะ...

ผมไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน…
ผมไม่รู้ว่าผมยังอยู่ในบ้านหลังเดิม… หรือว่าผมโดนชองยุนโฮลากออกมาจากที่นั่นแล้วก็ไม่รู้ รอบข้างมันดูขาวโพลน เหมือนมีหมอกควันบางเบาล้อมรอบ เหมือนอยู่ในความฝันยังไงอย่างงั้นเลย หรือที่จริงอาจจะเป็นเพราะหน้ากากบ้าๆนี่ก็เป็นได้ที่ทำให้ผมมองเป็นแบบนั้น สิ่งที่ชัดเจนที่สุดกับสติที่เหลือน้อยเต็มทีนั่นก็คือแผ่นหลังกว้างของคน ที่จูงมือผมเอาไว้ไม่ปล่อย นี่ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่ยอมเดินตามคนแปลกหน้ามา…คนแปลกหน้าที่แม้แต่หน้า ตาผมยังไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง…
...อ่า…ชองยุนโฮหยุดเดินแล้วล่ะ...
...แต่ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าที่นี่ที่ไหน...
...เพราะผมมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากใบหน้าของคนที่ถอดหน้ากากสีดำออกมา...
...ใบหน้าของชองยุนโฮที่ผมได้เห็นชัดๆซักที...
“ผมคิดถึงคุณ”
“เห…..”
“ผมคิดถึงคุณมาก…แจจุง”
ให้มันได้อย่างนี้สิ…หมอนี่รู้จักผม…ผมได้ยินไม่ผิดหรอกว่ายุนโฮเรียกชื่อผมออก มา กับประโยคสั้นๆที่บ่งบอกว่าเขารู้จักผม…งั้นเหรอ??...ยุนโฮจะรู้จักผมได้ยัง ไงในเมื่อผมไม่รู้จักเขาเลยซักนิด
ใช่มั้ย…..
ผมมองหน้าชองยุนโฮ…ผมจ้องหน้าเขาอย่างละเอียด…หน้าตาที่ลึกๆแล้วผมรู้สึกคุ้น เคย...ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆว่าผมเคยเจอหรืออาจจะเคยรู้จักชองยุนโฮคนนี้มา ก่อนแน่ๆ ดวงตาคมกำลังมองจ้องผมอยู่เช่นกัน เหมือนรอบข้างมันหยุดนิ่งไปหมดแล้ว
...คนคนนี้เป็นใครกันนะ...
“อะ….”
ชองยุนโฮยื่นมือมาดึงหน้ากากสีขาวที่ปิดรอบดวงตาของผมออก สิ่งรอบข้างชัดเจนขึ้นในทันที ผมเห็นชัดว่ายุนโฮยังคงจ้องผมอยู่เหมือนเดิม ใบหน้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ…เรื่อยๆ…ยุนโฮยื่นมือมากุมแก้มข้างซ้ายของผมเอา ไว้จนผมต้องสะดุ้ง อยู่ๆผมก็รู้สึกว่าต้องหลับตาลง...ภายในใจของผมเหมือนจะสั่งให้ผมปิดเปลือก ตาทั้งสองข้างลงไปซะ...ผมไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน…แต่ผมรู้สึกว่าผมต้องยอมคน คนนี้…ผมต้องยอมให้ยุนโฮจูบผมเป็นครั้งที่สองในค่ำคืนนี้…
“ผมคิดถึงคุณมากแจจุง…”
“ยะ……”
“คุณคิดถึงผมมั้ยครับ”
“………”
ริมฝีปากอุ่นกดลงมาที่ริมฝีปากของผม ผมมองไม่เห็นอะไรอีกแล้วนอกจากความอบอุ่นที่ยุนโฮถ่ายทอดมาที่ผมในเวลานี้ ฝ่ามืออุ่นที่แก้มซ้ายของผมกำลังดันให้ผมรับสัมผัสของรสจูบอ่อนโยนนี้ง่าย ขึ้น ยุนโฮจูบผมเนิ่นนาน นานแค่ไหนผมคงจะตอบไม่ได้ แต่ผมรู้สึกแบบนั้นนั่นแหละว่ายุนโฮจูบผมนานมาก แล้วมันก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
...หายใจไม่ออกเลย...
...เหมือนร่างกายมันอ่อนแรงลงทุกวินาที...
สัมผัสอ่อนโยนที่หน้าผากของผมตอนนี้คือฝีมือของชองยุนโฮอีกใช่มั้ย หลังจากที่คนคนนี้ปล่อยให้ผมเป็นอิสระตักตวงอากาศเข้าปอดอีกครั้งผมก็ถูกยุ นโฮจูบไปทั่วทั้งหน้า สติที่ลดน้อยลงไปทุกทีบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอลทำให้ผมต้องจับแขนของยุนโฮเอา ไว้เพื่อทรงตัว ไม่อย่างนั้นผมอาจจะร่วงลงไปกองกับพื้นแล้วก็ได้ใครจะรู้ ผมคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ ร่างกายมันร้อนไปหมด…ร้อนมานานแล้ว…แล้วก็ร้อนมากกว่าเดิมเพราะคนคนนี้นั่น แหละ
“แจจุง….”
“ปะ...ปล่อย...ปล่อยแจจุง”
“เรียกชื่อผมสิ……นะครับ”
“ไม่......”
“เรียกสิ”
“ทะ...ทำไมต้องเรียก!”
“เรียกชื่อผม!”
“ยุนโฮ”
“ดีมาก”
“อื้ออ!!”
ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ…ผมโดนยุนโฮจูบอีกแล้ว…ครั้งที่สามแล้วสินะ จูบรุนแรงที่ยุนโฮดันกายของผมไปติดกำแพงแล้วอยู่ๆก็สอดแทรกลิ้นอุ่นเข้ามา รุกรานผม…ผมแย่แล้วล่ะ…ผมจะตายมั้ย…มันร้อนและรุนแรงเกินไปจนผมแทบจะยืนไม่ อยู่ และเหมือนคนใจร้ายจะรู้ซะอย่างงั้นถึงได้รัดเอวของผมเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป กองกับพื้นซะก่อน ริมฝีปากของผมยังคงถูกช่วงชิงอากาศหายใจต่อไป ขณะที่ผมทำได้แค่ยอมให้กับคนเอาแต่ใจจูบผมแบบนี้โดยที่ไม่คิดจะผลักไสแต่ อย่างใด
...เหมือนร่างกายผมเองก็รอคอยสิ่งนี้มาเนิ่นนาน...
...ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆว่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้มันมาจากไหน...
...คนที่กำลังจูบผมอยู่คือยุนโฮ...
...และผมคือแจจุง...
...กับปาร์ตี้ฮาโลวีน...
...แล้วยังไงล่ะ…
...ทำไมผมถึงต้องมาให้ยุนโฮจูบแบบนี้ด้วยนะ...
...ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ...
“อื้อ…ปะ…ปล่อย…ปล่อยนะ”
“ไม่หรอกครับ…ไม่ปล่อยหรอก”
“อะ…..”
ต้นคอผมถูกดูดดึงแทนริมฝีปากของผมแล้วสินะ ยุนโฮก้มลงไปกดจูบลงที่ต้นคอผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบางที่ผมคงจะเผลอปลดกระดุมตอน ที่เต้นเมื่อครู่ แล้วยุนโฮก็ใจดีปลดกระดุมที่เหลือออกไปจนหมดอีกด้วยสิ ผมไม่ได้รู้สึกหนาวเลยซักนิดที่เสื้อเกือบจะหลุดออกจากตัวผมอยู่แล้ว แต่ผมกลับร้อนมากกว่าเดิมซะอีกเมื่อลิ้นร้อนขบเม้มลงบนหน้าอกของผมแทนจนอด ครางในลำคอไม่ได้ ผมไม่รู้ว่ามือของผมเลื่อนไปวางลงบนเส้นผมของยุนโฮตั้งแต่เมื่อไหร่...แต่ ที่รู้ในตอนนี้คือยุนโฮจูบผมอีกแล้ว…
...จูบครั้งที่สี่...
...แล้วก็ครั้งที่ห้า...
...แล้วผมก็ตัดสินใจเลิกนับมันในที่สุด...
...ร้อน...
...ผมร้อนมาก...
...ร้อนไปทั้งกาย...
...ชองยุนโฮ...
...ใช่สินะ...
...ยุนโฮคนนี้เองผมนึกออกแล้ว...
...ชองยุนโฮของคิมแจจุง...
...คนรักของผมนั่นเอง...
…………..
……………….
……………………….
………………………………..
…………………………………………
“จ...จุง…”
“แจจุง.........”
“แจจุงครับ!!”
“ฮ่ะ!!!”
“เหงื่อออกเต็มเลย…คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
“..........ย…ยุนโฮ!!”
“หืมม?...เป็นอะไรน่ะแจจุง…ไม่สบายรึเปล่า…หรือว่าฝันร้ายครับ?”
“ฝัน…ฝันเหรอออออ”
“ถามผมเหรอ?...แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง…ผมเห็นคุณเหงื่อออกเยอะมาก…แล้วก็ร้องแปลกๆด้วยก็เลยปลุก…แจจุง...คุณฝันร้ายเหรอครับ”
“…………..”
“เงียบ…แสดงว่าฝันจริงๆใช่มั้ยครับ?? ฝันว่าอะไรไหนเล่ามาซิ...หรือว่าฝันทะลึ่ง???”
“ไม่ใช่นะ! เอ้ย!!! ไม่ได้ฝัน…ใครฝัน…แจจุงไม่ได้ฝันนะยุนโฮ!!”
“อือฮึ”
“อย่ามายิ้มแบบนี้นะ…แจจุงไม่ได้ฝันซะหน่อย…ก็มัน…มัน…”
“มันทำไมครับ”
“มัน…เหมือนจริงมาก…เหมือนมากจริงๆนะ”
ผมยิ้มให้กับคนรักที่พูดเสียงสั่นๆแล้วก็กระโดดมากอดรอบคอผมเอาไว้แน่น ผมแทบจะหงายหลังลงไปที่เตียงแต่ก็รับคนตัวเล็กไว้ทันพร้อมกับกอดตอบให้คน เสียขวัญนิ่งซะ แจจุงสั่นไปทั้งร่างเลย ผมกอดแจจุงเอาไว้แน่นๆจนใบหน้าชื้นเหงื่อแทบจะจมหายไปในอ้อมอกของผมอยู่แล้ว ผมไม่พูดอะไรออกมาอีก ปล่อยให้คนเสียขวัญกอดผมอยู่อย่างนี้จนพอใจ
เกือบห้านาทีที่หัวใจผมเต้นรุนแรงมากจนต้องผวาไปกอดยุนโฮเอาไว้แน่น กว่าผมจะปรับตัวได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั่นคือความฝัน ผมก็แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว...มันคือความฝันจริงๆน่ะเหรอ...นี่ผมฝัน เพราะวันนี้เป็นวันฮาโลวีนหรือยังไงกันนะ...แล้วทำไมในฝันผมต้องลืมยุนโฮ ด้วยล่ะ...แต่จะให้ไปถามหาความหมายของความฝัน...ใครเล่าจะได้คำตอบกัน??
...ใช่...มันเป็นแค่ความฝันคิมแจจุง...
...นายไม่ได้ลืมยุนโฮของนายซักหน่อย...
“ยุนโฮ...ยุน...ยุนโฮ.......”
“ครับๆ”
“ปาร์ตี้ฮาโลวีนคืนนี้แจจุงไม่ไปแล้วนะ...ไม่ไปแล้ว!”
“อ้าว...แจจุงไม่ใช่เหรอที่อยากไปปาร์ตี้ที่บ้านชางมินน่ะ...ไม่อยากไปแล้วเหรอครับ”
“ไม่ไปแล้ว...แค่ไปทานข้าวกันก็พอ...สองคน...นะ...”
“ครับๆ...ตามใจคุณอยู่แล้วล่ะ”
ชองยุนโฮส่ายหัวให้กับคนรักที่ทำหน้าเสียอย่างกับว่าปาร์ตี้ที่บ้านไอ้ชางมินจะ มีผีอย่างงั้นล่ะ ผมลอบยิ้มออกมากับคนตัวเล็กที่กอดผมไม่เลิกจนต้องกอดเอาไว้ไม่ปล่อยอยู่แบบ นี้ ผมหันไปมองโยโย่ที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงพร้อมทำ หน้าบึ้งมองผมกับแจจุงไม่วางตา...แต่จริงๆหน้ามันก็บึ้งอยู่ตลอดเวลานี่นะ ...ผมคิดอย่างขำๆพร้อมกับชี้นิ้วใส่มันและชี้ไปทางประตูห้องเป็นคำสั่งให้ มันออกไปข้างนอกได้แล้ว โยโย่มองเจ้านายตัวเองพักนึงและกระโดดลงจากเตียงอย่างเชื่อฟัง.......
...แมวหน้าบึ้งกระโดดลงจากเตียงอย่างเชื่อฟัง...
...พร้อมกับยื่นมือไปเกี่ยวหน้ากากสีขาวที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมางับเข้าปากตัวเอง...
...ของเล่นใหม่ที่เจ้านายทำตกเตียงกลายเป็นของมันในที่สุด...
...ก็ผมเห็นจีจี้คาบหน้ากากสีดำออกจากห้องเจ้านายเมื่อเช้าแล้วก็อยากจะได้บ้างนี่ครับ...
...พวกคุณอย่าไปบอกเจ้านายของผมนะ...
...ของเล่นสองชิ้นนี้ผมกับเจ้าจี้จะเอาไปซ่อนอย่างดีเลย!!...

เมี๊ยว! = ^ =!
E N D ~♫♫
Ladazzy's Talk ~♫♫
หิหิหิหิหิ!! XDDDDDDD
สาระเรื่องนี้มันอยู่ตรงไหนกันนะ??!!! 5555555555555555 lol
สุขสันต์วันฮาโลวีนค่ะทุกท่าน > <
จริงๆฟิคฮาโลวีนโฟร์คทำเป็นโปรเจกต์ร่วมกับนักเขียนอีก 6 ท่าน
และอีก 6 คนไม่ได้เอาลงบล็อคทุกเรื่อง ถ้าไงก็... ไม่เป็นไรหรอกเนาะ~ 555+
ถ้าใครอ่านแล้วพยายามหาคำตอบของความฝันของแจจุง
สงสัยว่าไอ้โย่เกี่ยวอะไรมั้ย? หรือว่าเป็นเพราะมายลอร์ดชางมินมีส่วนเกี่ยวข้องรึเปล่า??
หน้ากากมายังไงฟะ?? จงอย่าสงสัยต่อไปเลยนะคะ
พอดีฟิคโปรเจกต์นี้เป็นฟิคใจง่าย >///< เป็นฟิคเอาแต่ใจคนแต่ง 555+
ก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้ในที่สุด ฮิ____ฮิ
กะแจจุงเค้าบอกแระไง จะหาความหมายของความฝันใครเล่าจะตอบได้ เอิ๊กๆ~~
lol
อ่านสนุกๆๆนะคะทุกคน เป็นครั้งแรกที่แต่งฟิวนี้ล่ะ! ฮิ____ฮิ
ขอบคุณเพื่อนร่วมโปรเจกต์ทุกท่าน ทั้งฝาแฝดฮซคย. รนรด. พฮร. อมอ. รวมไปถึงจูนโบรนันโด้ย~ ^o^
ขอบคุณพลอยที่ชักชวนให้ร่วมโปรเจกต์ฮาโลวีนฮับ :D
HAPPY HALLOWEEN~! :D
ปล I. ใครอ่านแล้วงงเงิบ มันแต่งอะไรของมันฟะ ก็จงเข้าใจไว้เถอะ ว่านั่นบรรลุเป้าหมายของฟก.แล้ว!!! XDD
ปล II. คอมเมนท์แชร์ความคิดของคุณได้นะคะ นะคะ! *kisses*

ตกลงว่ามันเป็นฝันหรือเรื่องจริง?
ถ้าแจฝันแล้วหน้ากากมันมาได้อย่างไร?
เอ๊ะ! โอ๊ะ! อะไร? ยังไง? งง?<<อ่านจบแล้วอารมณ์ประมาณนี้เลย
ชอบการบรรยายถึงฉากมากเลยค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพเลย
ขอบคุณที่เอามาลงบล็อคนะคะ
สวัสดีวันที่ 1/11/11 ค่ะ
#1 By babyfish (180.180.130.113) on 2011-11-01 00:44