ทักทายกันก่อนนะคะ ^^
 
คือจริงๆแล้วโฟร์คไม่ได้ตั้งใจที่จะลงฟิคในบล็อคค่ัะ เพราะกลัวจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง
ไม่ว่าจะเป็นคนนอกที่ไม่เข้าใจเรื่องของฟิคชั่น การก๊อปฟิค และอื่นๆที่อาจจะตามมา
แต่เพราะมีหลายคนบอกทางทวิตว่าอยากอ่านแต่ไม่ได้เป็นเมมเบอร์ในบอร์ด ถ้างั้นก็จะลงให้อ่านนะคะ :)




user posted image




 
The Halloween Project
Title : The Mask of Night
Author : Ladazzy
Pairing : Yunho x Jaejoong








31.10.2011
00.01am



ผมชื่อคิมแจจุง…


และคืนนี้เป็นคืนฮาโลวีน…



ผมกำลังเดินเข้าไปในบ้านหลังนึง…ซึ่งถ้ามองจากด้านนอกแล้วมันช่างเงียบสงัด ยิ่งนัก แต่เมื่อมือของผมเปิดประตูเข้าไปด้านใน แสงที่ค่อนข้างมืดสลัวสีส้มๆกลับเข้าสู่สายตาของผมเป็นอย่างแรก ภายในบ้านที่ดูลึกลับแห่งนี้ได้ตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของเทศกาลฮาโลวีนพา ให้น่าขนลุกตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินผ่านเข้ามา ผมมองไปทั่วบริเวณแบบไม่ค่อยจะชัดนักนั่นไม่ใช่เพราะผมลืมใส่คอนแท็คเลนส์ หรือดวงตาพล่ามัวแต่อย่างใด แต่เพราะหน้ากากที่ผมใส่อยู่นี่ต่างหากที่ทำให้ผมมองภาพในนี้ได้แคบลง…ก็งาน นี้มันต้องใส่หน้ากากเข้างานนี่นะ...


user posted image

Halloween Party :: Theme :: “The Mask of Night”


ผู้คนมากมายเดินผ่านผมไป เอาจริงๆก็คือผมเดินผ่านพวกเขาไปทีละคนซะมากกว่า ทุกคนใส่หน้ากากเช่นเดียวกับผม จะต่างกันก็ตรงที่หน้ากากแต่ละคนนั้นมีหลากหลายเหลือเกิน บ้างก็ใส่หน้ากากหัวฟักทองมีดวงตาน่ากลัว บ้างก็หน้ากากผีที่ถ้าให้ผมจ้องนานๆก็พาลให้ขนลุกได้เหมือนกัน บ้างก็แต่งตัวเป็นมัมมี่ทั้งตัวซะเลย ชุดลายโครงกระดูกก็มีไม่น้อยล่ะ เหมือนผมเข้ามาอยู่อีกโลกนึงที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ผมเดินเลยผ่านทุกๆคนไปตามเส้นทางของบ้านหลังนี้ ควันจากอะไรซักอย่างรวมไปถึงกลิ่นเหล้าโชยเข้าจมูกแต่ก็ไม่ทำให้ผมหงุดหงิด แต่อย่างใด เพราะผมเองก็รับแก้วเหล้าจากบริกรหน้าผีที่ทางเข้าร้านมาไว้ในมือแล้วเช่น เดียวกัน


ผมเดินช้าๆไปตามทางพร้อมกับจิบวอดก้าดีกรีแรงลงคอไป ด้วย กระจกบานใหญ่ตรงหน้าที่ติดกับกำแพงของผับคือสิ่งที่สะท้อนเข้าสู่สายตาของผม ในตอนนี้…อ่า…หน้ากากสีขาวปิดบริเวณดวงตาธรรมดาๆเท่านั้นเองเหรอที่ผมเลือก หยิบมาใส่ กับหมวกพ่อมดทรงสูงที่วางอยู่บนหัวให้ดูน่าขันชะมัด ผมลอบยิ้มมุมปากให้กับตัวเองที่ได้เห็นชุดที่ตัวเองใส่เต็มๆผ่านกระจกทรง โบราณตรงหน้า ชุดทักซิโด้ตัวยาวกับรองเท้าหนัง หมวกทรงพ่อมดกับหน้ากากสีขาวเคลือบเพชรสีเงิน ทั้งหมดนี้คือชุดที่ผมเลือกมางานปาร์ตี้ฮาโลวีนในค่ำคืนนี้



...จุดเริ่มต้นของสถานที่แห่งนี้มาจากตรงไหนกัน...

...นั่นไม่สำคัญเท่ากับคนอีกคนที่สะท้อนเข้ามาในกระจกให้ต้องเหลือบสายตาไปมองหรอก...



เสียงเพลงที่เหล่าดีเจหน้าผีกำลังเปิดให้กับแขกในงานปาร์ตี้ฮาโลวีนเต้นกันเต็ม พื้นที่ไม่ได้เรียกความสนใจให้ผมได้เท่ากับชายหนุ่มที่สวมหน้ากากคล้ายๆกับ ผมตรงหน้านี้เลย จะต่างกันก็ตรงที่คนคนนี้ไม่มีหมวกเหมือนกับผม และหน้ากากที่เป็นสีดำคลุมรอบดวงตาทำให้นึกไม่ออกเอาซะเลยว่าหน้าตาจริงๆของ คนที่สะท้อนอยู่ในกระจกคนนี้ที่จริงแล้วเป็นเช่นไร ชุดทักซิโด้คล้ายๆกันกับผมจะต่างกันก็ตรงที่ปกเสื้อคนคนนี้ตั้งขึ้นสูงแถม ยังไม่ติดกระดุมเสื้อไปถึงสองเม็ดอีก ผมมองเห็นเพียงแค่ช่วงบนผ่านกระจกเท่านั้น…คนคนนี้กำลังมองมาที่ผมรึเปล่านะ …ผมไม่ได้คิดไปเองหรอก…คนคนนี้เดินเข้ามาอยู่ในองศาเดียวกับที่ผมจะสามารถ มองเห็นเขาได้ผ่านกระจกทรงโบราณนี้…และเขาคนนี้กำลังมองจ้องผมอยู่แน่นอนผม มั่นใจ


“เปลี่ยนแก้วเครื่องดื่มมั้ยครับ”


ผมสะดุ้ง …พร้อมกับหันไปมองบริกรของร้านที่ถือถาดเครื่องดื่มหลายชนิดอยู่ในมือข้าง ซ้าย ผมหันมามองแก้ววอดก้าของตัวเองที่หมดไปเมื่อครู่แล้วก็จำต้องวางแก้วเปล่าลง บนถาดและเลือกเหล้ามาซักชนิดมาถือเอาไว้ในมือ ผมกล่าวขอบคุณบริกรที่โค้งให้และเดินจากไปพร้อมกับเงยหน้ามองกระจกบานเดิม ตรงหน้าอีกครั้ง


“อ้าว…”



...คนคนนั้นหายไปแล้ว...

...เอาเถอะ…สำคัญซะเมื่อไหร่ล่ะ...



ผมส่ายหัวให้กับตัวเองพร้อมกับจิบเหล้าเข้าปากไปอีกครั้ง ผมเดินเลี่ยงบริเวณที่เสียงเพลงดังลั่นนั้น และเดินเลยมายังอีกมุมนึงของบ้านที่เต็มไปด้วย…อืมม…น่าจะเรียกว่ามุมสำหรับ คู่รักล่ะมั้ง…เพราะแต่ละคู่ที่แต่งตัวเข้าธีมกำลังพลอดรักกันใหญ่จนผมหัน หลังกลับแทบไม่ทัน ผมไม่ได้มาปาร์ตี้ฮาโลวีนเพื่อดูหนังสดหรอกนะ…น่าเกลียดชะมัดเลยสิ


“อะ…!”

“……….”

“ข…ขอโทษครับ…”

“ไม่เป็นไรครับ”



ตึกกก…


ใครจะเชื่อผมกัน…ว่าทันทีที่ผมหันหลังเตรียมเดินเลี่ยงไปอีกทางกลับกลายเป็นว่า ผมชนเข้ากับคนคนนั้น…คนที่มาให้ผมมองผ่านกระจกเมื่อครู่ คนที่จ้องผมแล้วอยู่ๆก็หายไปเพียงเสี้ยววิจนน่าขนลุก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่ผมหันไปชนซะอย่างงั้น ใบหน้าที่มองไม่ชัดเพราะหน้ากากสีดำที่ปิดรอบดวงตาที่มองจ้องผมให้ระยะ ประชิดทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมาได้ บ้าแน่ๆ…ผมใจเต้นกับใครก็ไม่รู้ได้ยังไงกันนะ…


คนคนนั้นเดินเลย ผ่านผมไปแล้ว มือที่ผมยกขึ้นมากุมหน้าอกตัวเองหวังจะให้ใจมันกลับมาเต้นให้เป็นปกติแต่ก็ เหมือนจะทำได้ยากนัก ผมหันกลับไปมองตามชายคนนั้นที่ลงไปนั่งที่โซฟาสีแดงแถมยังไขว่ห้างอีกด้วย ภาพที่ผมเห็นตอนนี้คือมีสาวที่แต่งตัวเป็นแม่มดหลายคนสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น กำลังนั่งประกบกับหนุ่มชุดทักซิโด้หน้ากากดำคนนั้นเต็มไปหมด ถ้าผมทนมองต่อไปอาจจะมีหนังสดเกิดขึ้นตรงหน้าก็เป็นได้ใครจะรู้ ผมรีบหันกลับไปอย่างเดิมพร้อมกับก้าวออกจากมุมมืดนี้ไปโดยเร็ว...



...พร้อมกับสายตาคมที่มองผ่านหน้ากากสีดำมองตามไปไม่วางตา...


user posted image



ผมกำลังดื่มเหล้า…


ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมดื่มไปแล้วกี่แก้ว ผมจำไม่ได้อีกเช่นกัน ว่าผมมาอยู่ในปาร์ตี้ฮาโลวีนน่าเวียนหัวนี้กี่ชั่วโมงแล้ว ผมกลับมายืนกระดกเหล้าอยู่ที่จุดๆเดิม ตรงส่วนที่มีดนตรีเสียงดังและผู้คนเต้นกันทั่วทั้งห้องโถง ผมเพียงแค่ยืนพิงเคาท์เตอร์บาร์เล็กๆและยกแก้วเหล้าดื่มเงียบๆคนเดียว ถ้าถามว่าผมเมาไปแล้วรึเปล่า…บางทีคำตอบอาจจะใช่ก็เป็นได้…


“ไม่ออกไปเต้นบ้างเหรอครับ”



ตึกกก…


ผมหันไปมองตามเสียงของคนที่มาหยุดยืนข้างๆ หัวใจอยู่ๆก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเป็นคนคนเดิมที่ผมเดินหนีมา …ตามมาทำไมกันนะ…ผมคิด…แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปซักคำให้ต้องเสียฟอร์ม แม้แต่คำตอบที่ควรจะตอบตามคนมีมารยาทผมก็ไม่คิดจะเอ่ย อาจจะเพราะผมคิดว่าผมเมาแล้วก็ได้ผมถึงได้กล้าเสียมารยาทต่อใครก็ไม่รู้ที่ อยู่ๆก็มาชวนคุย…


ผู้หญิงพวกนั้นไม่ตามมาด้วยรึไงนะ…


“ไม่ตอบ…หยิ่งสินะ…”

“ชิ!!”

“หึหึ”


ผมสบถออกมาทันทีที่โดนว่าว่าหยิ่ง แต่แล้วรอยยิ้มขันบนใบหน้าของชายหนุ่มหน้ากากดำคือคำตอบที่ทำให้ผมรู้สึกอาย ขึ้นมาแทน ผมเผลอตอบรับคนคนนี้ไปโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว คนคนนี้คงจะขำกับท่าทางของผมมากสินะถึงได้ยิ้มไม่เลิกแบบนี้ อยากให้ผมออกไปเต้นงั้นเหรอ??...ได้!


ผมยกแก้วเหล้าที่ถืออยู่ ขึ้นมาดื่มทีเดียวหมดแล้ววางลงที่เคาท์เตอร์ข้างๆทันที ผมเดินเบียดไหล่ผู้ชายที่หัวเราะเยาะผมเมื่อครู่ไปด้วยอาการเซไปมาเล็กน้อย พร้อมกับเดินไปกลางฟลอร์ ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมผู้คนถึงแหวกทางให้ผมจนผมมาหยุดยืนอยู่กลางสปอร์ตไลท์ ที่ส่องลงมาพอดี ท่าทางผมคงจะทุเรศมากละมั้งผู้คนถึงเคลียร์ทางให้และหันมามองผมเป็นตาเดียว หรือเพราะผมเมากัน? แต่ก็ช่างเถอะ…ใช่ว่าผมจะสนใจ



ผมร้อน…
ร้อนไปทั้งกาย…



ผมคงกำลังเต้นอยู่กลางฟลอร์แน่ๆ สติผมไม่ค่อยจะมีซะเท่าไหร่หรอก ผมไม่รู้ว่าหูกระต่ายที่คอกับหมวกทรงสูงบนหัวผมหายไปไหน สูททักซิโด้ก็หายไปไหนไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้ตัวว่าผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตขาวลงไปสองเม็ดก็ตอนที่มือเย็นๆของตัวเอง สัมผัสลงบนต้นคอในขณะที่ผมเต้นไปด้วย ถ้ามีกระจกอยู่ตรงหน้าให้ส่องตัวเอง…ตอนนี้ผมคงเหลือเพียงแค่รองเท้าบู้ทคู่ นึง กางเกงหนังหนึ่งตัว เสื้อเชิ้ตขาวบางๆ แล้วก็ไอ้หน้ากากบ้าๆนี่ล่ะมั้ง…


“หึ...”


เสียงหัวเราะรึเปล่า?? ใช่เสียงหัวเราะใช่มั้ย?? ผมมั่นใจว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะเยาะอยู่ใกล้ๆหูของผม บางทีอาจจะดังมาจากด้านหลังผมเองก็ได้ เสียงคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ผมกำลังเต้นไปด้วยพร้อมกับหันกลับไปมองเผื่อจะได้คำตอบให้ตัวเอง…นั่นไป…ไอ้ หมอนี่อีกแล้ว ใจเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกแล้วสิ…


“นาย…หัวเราะอะไร”

“หัวเราะคุณน่ะสิ…เมาแล้วนะครับ”

“แล้วไง…มันเกี่ยวอะไรกับนายตรงไหน”

“ก็ไม่เกี่ยวหรอก…แต่ก็อยากจะเกี่ยวอยู่เหมือนกันล่ะ”

“หืม?? พูดอะไรน่ะ…ไม่เห็นจะเข้าใจ”


ผมส่ายหัวให้ไอ้หมอนี่แล้วหันหลังกลับไปเต้นอย่างเดิม กลิ่นหอมๆลอยเข้าจมูกจนรู้สึกได้ว่าไม่ใช่น้ำหอมของตัวเองแน่ๆ ผมชะงักกับที่ไปเมื่อรู้สึกถึงแรงรัดที่เอวตัวเองจากคนด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสบางเบาที่ขมับข้างซ้าย…ยังไงกันเนี่ย…นี่ผมกำลังโดนไอ้หมอนี่ กอดใช่มั้ย?...ถ้าผมมีสติมากพอผมก็ต้องหันกลับไปต่อยหน้ามันแล้วแน่ๆ



...แต่ผมกำลังเมานี่นะ...

...เพราะฉะนั้นผมก็คงจะไม่มีแรงผลักหรอกจริงมั้ย...



“นาย…ทำ…อะไรน่ะ”

“กอด”

“ชิ!! กอดทำไม…รู้จักรึก็ไม่”

“ก็อยากกอด…แค่นั้น”

“อือฮึ…อยากกอดแค่นั้น?...ก็เลยกอดงั้นสินะ…ทุเรศชะมัด”

“จริงๆก็ไม่ใช่หรอก”

“หืออ? หมายความว่าไง…นี่ทำไมนายชอบพูดอะไรให้เข้าใจยากจัง”

“ก็หมายความว่าไม่ใช่แค่อยากกอดไงครับ”

“แล้วอยากทำอะไรอีกล่ะ”


“จูบ”

“อะ!”


ตึกกก…


ผมไม่รู้ว่าแสงสปอร์ตไลท์ยังคงสาดส่องมาที่ผมอยู่รึเปล่า ผู้คนภายในบ้านหลังนี้ยังคงจ้องมองมาที่ผมอยู่เหมือนเดิมมั้ย ผมไม่รู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้นที่อยู่ๆผมกลับกลายเป็นคนที่กำลังประกบ จูบอยู่กับคนแปลกหน้าคนนี้…ใครก็ไม่รู้ที่มาจ้องผม…มาทำให้ใจเต้นแรง…มากอด …แล้วก็ดึงตัวผมเข้าไปจูบโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ผมไม่รู้ว่าตัวเองโอนอ่อนไปกับสัมผัสของคนแปลกหน้าคนนี้ได้ยังไง สติที่เหลือน้อยเต็มทีกลับยิ่งหดหายไปเกือบหมดเมื่อเรียวลิ้นร้อนสอดแทรก เข้ามาพร้อมกับมือแกร่งที่จับท้ายทอยของผมเอาไว้ให้รับสัมผัสนี้อย่างเอาแต่ ใจ


...ไอ้หมอนี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ...

...โดยเฉพาะตัวผมเองนี่แหละ...

...ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่รู้สึกดีมากขนาดนี้…



“อึก…อื้อ”

“หึหึ”

“นาย…!!!”


“ผมชื่อชองยุนโฮครับ”


ริมฝีปากผมคงจะแดงไปหมดจากจูบเร่าร้อนเมื่อครู่แน่ๆถึงได้ทำให้ไอ้หมอนี่ หัวเราะเยาะผมอีกครั้ง ผมไม่สามารถยืนตัวตรงได้เมื่ออยู่ๆคนตรงหน้าก็ปล่อยให้ผมเป็นอิสระจนสุดท้าย ไอ้หมอนี่ที่บอกว่าชื่อชองยุนโฮก็ต้องรั้งตัวผมเอาไว้ในอ้อมกอดไปแทน ผมออกแรงผลักชองยุนโฮให้ออกไปไกลๆ แต่ดูเหมือนยิ่งผลักกลับยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดตัวผมแทบทั้งร่างซะมากกว่า


...ผมไม่น่าดื่มหลายแก้วเลยจริงๆ...


“ไปกับผม”

“ม…ไม่มีทาง”

“ไปเถอะครับ”

“ไปไหนล่ะ…ไม่ไปนะ”

“ผมอยากให้คุณไปกับผม”


ดวงตาของชองยุนโฮมองจ้องมาที่ผมอยู่ ผ่านหน้ากากสีดำที่หลบซ่อนใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้ให้ผมยิ่งรู้สึกตัวเองเสีย เปรียบ แต่ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองอาจจะโดนหลอกจากคนแปลกหน้าคนนี้ แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงต้องเดินตามเขาไปด้วย ชองยุนโฮกำรอบข้อมือผมไม่แรงนักและเดินแหวกฝูงชนไปตามทาง ทำไมสองขาของผมถึงต้องตามเขาไปด้วย ทำไมผมถึงไม่สะบัดมือของคนคนนี้ไปซะทั้งที่คงตรงหน้าก็ไม่ได้จับแรงอะไรเลย



...ผมบอกแล้วว่าผมกำลังเมา...

...ใช่...

...คงเป็นเพราะว่าผมเมา...

...ไม่ใช่เพราะดวงตาที่มองจ้องผมเมื่อครู่หรอกนะ...



user posted image


ผมไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน…


ผมไม่รู้ว่าผมยังอยู่ในบ้านหลังเดิม… หรือว่าผมโดนชองยุนโฮลากออกมาจากที่นั่นแล้วก็ไม่รู้ รอบข้างมันดูขาวโพลน เหมือนมีหมอกควันบางเบาล้อมรอบ เหมือนอยู่ในความฝันยังไงอย่างงั้นเลย หรือที่จริงอาจจะเป็นเพราะหน้ากากบ้าๆนี่ก็เป็นได้ที่ทำให้ผมมองเป็นแบบนั้น สิ่งที่ชัดเจนที่สุดกับสติที่เหลือน้อยเต็มทีนั่นก็คือแผ่นหลังกว้างของคน ที่จูงมือผมเอาไว้ไม่ปล่อย นี่ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่ยอมเดินตามคนแปลกหน้ามา…คนแปลกหน้าที่แม้แต่หน้า ตาผมยังไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง…



...อ่า…ชองยุนโฮหยุดเดินแล้วล่ะ...

...แต่ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าที่นี่ที่ไหน...

...เพราะผมมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากใบหน้าของคนที่ถอดหน้ากากสีดำออกมา...

...ใบหน้าของชองยุนโฮที่ผมได้เห็นชัดๆซักที...



“ผมคิดถึงคุณ”

“เห…..”


“ผมคิดถึงคุณมาก…แจจุง”


ให้มันได้อย่างนี้สิ…หมอนี่รู้จักผม…ผมได้ยินไม่ผิดหรอกว่ายุนโฮเรียกชื่อผมออก มา กับประโยคสั้นๆที่บ่งบอกว่าเขารู้จักผม…งั้นเหรอ??...ยุนโฮจะรู้จักผมได้ยัง ไงในเมื่อผมไม่รู้จักเขาเลยซักนิด


ใช่มั้ย…..


ผมมองหน้าชองยุนโฮ…ผมจ้องหน้าเขาอย่างละเอียด…หน้าตาที่ลึกๆแล้วผมรู้สึกคุ้น เคย...ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆว่าผมเคยเจอหรืออาจจะเคยรู้จักชองยุนโฮคนนี้มา ก่อนแน่ๆ ดวงตาคมกำลังมองจ้องผมอยู่เช่นกัน เหมือนรอบข้างมันหยุดนิ่งไปหมดแล้ว


...คนคนนี้เป็นใครกันนะ...


“อะ….”


ชองยุนโฮยื่นมือมาดึงหน้ากากสีขาวที่ปิดรอบดวงตาของผมออก สิ่งรอบข้างชัดเจนขึ้นในทันที ผมเห็นชัดว่ายุนโฮยังคงจ้องผมอยู่เหมือนเดิม ใบหน้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ…เรื่อยๆ…ยุนโฮยื่นมือมากุมแก้มข้างซ้ายของผมเอา ไว้จนผมต้องสะดุ้ง อยู่ๆผมก็รู้สึกว่าต้องหลับตาลง...ภายในใจของผมเหมือนจะสั่งให้ผมปิดเปลือก ตาทั้งสองข้างลงไปซะ...ผมไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน…แต่ผมรู้สึกว่าผมต้องยอมคน คนนี้…ผมต้องยอมให้ยุนโฮจูบผมเป็นครั้งที่สองในค่ำคืนนี้…


“ผมคิดถึงคุณมากแจจุง…”

“ยะ……”

“คุณคิดถึงผมมั้ยครับ”

“………”


ริมฝีปากอุ่นกดลงมาที่ริมฝีปากของผม ผมมองไม่เห็นอะไรอีกแล้วนอกจากความอบอุ่นที่ยุนโฮถ่ายทอดมาที่ผมในเวลานี้ ฝ่ามืออุ่นที่แก้มซ้ายของผมกำลังดันให้ผมรับสัมผัสของรสจูบอ่อนโยนนี้ง่าย ขึ้น ยุนโฮจูบผมเนิ่นนาน นานแค่ไหนผมคงจะตอบไม่ได้ แต่ผมรู้สึกแบบนั้นนั่นแหละว่ายุนโฮจูบผมนานมาก แล้วมันก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย



...หายใจไม่ออกเลย...

...เหมือนร่างกายมันอ่อนแรงลงทุกวินาที...



สัมผัสอ่อนโยนที่หน้าผากของผมตอนนี้คือฝีมือของชองยุนโฮอีกใช่มั้ย หลังจากที่คนคนนี้ปล่อยให้ผมเป็นอิสระตักตวงอากาศเข้าปอดอีกครั้งผมก็ถูกยุ นโฮจูบไปทั่วทั้งหน้า สติที่ลดน้อยลงไปทุกทีบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอลทำให้ผมต้องจับแขนของยุนโฮเอา ไว้เพื่อทรงตัว ไม่อย่างนั้นผมอาจจะร่วงลงไปกองกับพื้นแล้วก็ได้ใครจะรู้ ผมคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ ร่างกายมันร้อนไปหมด…ร้อนมานานแล้ว…แล้วก็ร้อนมากกว่าเดิมเพราะคนคนนี้นั่น แหละ


“แจจุง….”

“ปะ...ปล่อย...ปล่อยแจจุง”

“เรียกชื่อผมสิ……นะครับ”

“ไม่......”

“เรียกสิ”

“ทะ...ทำไมต้องเรียก!”

“เรียกชื่อผม!”


“ยุนโฮ”

“ดีมาก”

“อื้ออ!!”


ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ…ผมโดนยุนโฮจูบอีกแล้ว…ครั้งที่สามแล้วสินะ จูบรุนแรงที่ยุนโฮดันกายของผมไปติดกำแพงแล้วอยู่ๆก็สอดแทรกลิ้นอุ่นเข้ามา รุกรานผม…ผมแย่แล้วล่ะ…ผมจะตายมั้ย…มันร้อนและรุนแรงเกินไปจนผมแทบจะยืนไม่ อยู่ และเหมือนคนใจร้ายจะรู้ซะอย่างงั้นถึงได้รัดเอวของผมเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป กองกับพื้นซะก่อน ริมฝีปากของผมยังคงถูกช่วงชิงอากาศหายใจต่อไป ขณะที่ผมทำได้แค่ยอมให้กับคนเอาแต่ใจจูบผมแบบนี้โดยที่ไม่คิดจะผลักไสแต่ อย่างใด



...เหมือนร่างกายผมเองก็รอคอยสิ่งนี้มาเนิ่นนาน...

...ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆว่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้มันมาจากไหน...

...คนที่กำลังจูบผมอยู่คือยุนโฮ...

...และผมคือแจจุง...

...กับปาร์ตี้ฮาโลวีน...

...แล้วยังไงล่ะ…

...ทำไมผมถึงต้องมาให้ยุนโฮจูบแบบนี้ด้วยนะ...

...ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ...



“อื้อ…ปะ…ปล่อย…ปล่อยนะ”

“ไม่หรอกครับ…ไม่ปล่อยหรอก”

“อะ…..”


ต้นคอผมถูกดูดดึงแทนริมฝีปากของผมแล้วสินะ ยุนโฮก้มลงไปกดจูบลงที่ต้นคอผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบางที่ผมคงจะเผลอปลดกระดุมตอน ที่เต้นเมื่อครู่ แล้วยุนโฮก็ใจดีปลดกระดุมที่เหลือออกไปจนหมดอีกด้วยสิ ผมไม่ได้รู้สึกหนาวเลยซักนิดที่เสื้อเกือบจะหลุดออกจากตัวผมอยู่แล้ว แต่ผมกลับร้อนมากกว่าเดิมซะอีกเมื่อลิ้นร้อนขบเม้มลงบนหน้าอกของผมแทนจนอด ครางในลำคอไม่ได้ ผมไม่รู้ว่ามือของผมเลื่อนไปวางลงบนเส้นผมของยุนโฮตั้งแต่เมื่อไหร่...แต่ ที่รู้ในตอนนี้คือยุนโฮจูบผมอีกแล้ว…



...จูบครั้งที่สี่...

...แล้วก็ครั้งที่ห้า...

...แล้วผมก็ตัดสินใจเลิกนับมันในที่สุด...

...ร้อน...

...ผมร้อนมาก...

...ร้อนไปทั้งกาย...

...ชองยุนโฮ...

...ใช่สินะ...

...ยุนโฮคนนี้เองผมนึกออกแล้ว...

...ชองยุนโฮของคิมแจจุง...

...คนรักของผมนั่นเอง...



…………..

……………….

……………………….

………………………………..

…………………………………………















“จ...จุง…”






“แจจุง.........”






“แจจุงครับ!!”

“ฮ่ะ!!!”

“เหงื่อออกเต็มเลย…คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

“..........ย…ยุนโฮ!!”

“หืมม?...เป็นอะไรน่ะแจจุง…ไม่สบายรึเปล่า…หรือว่าฝันร้ายครับ?”

“ฝัน…ฝันเหรอออออ”

“ถามผมเหรอ?...แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง…ผมเห็นคุณเหงื่อออกเยอะมาก…แล้วก็ร้องแปลกๆด้วยก็เลยปลุก…แจจุง...คุณฝันร้ายเหรอครับ”

“…………..”

“เงียบ…แสดงว่าฝันจริงๆใช่มั้ยครับ?? ฝันว่าอะไรไหนเล่ามาซิ...หรือว่าฝันทะลึ่ง???”

“ไม่ใช่นะ! เอ้ย!!! ไม่ได้ฝัน…ใครฝัน…แจจุงไม่ได้ฝันนะยุนโฮ!!”

“อือฮึ”

“อย่ามายิ้มแบบนี้นะ…แจจุงไม่ได้ฝันซะหน่อย…ก็มัน…มัน…”

“มันทำไมครับ”

“มัน…เหมือนจริงมาก…เหมือนมากจริงๆนะ”


ผมยิ้มให้กับคนรักที่พูดเสียงสั่นๆแล้วก็กระโดดมากอดรอบคอผมเอาไว้แน่น ผมแทบจะหงายหลังลงไปที่เตียงแต่ก็รับคนตัวเล็กไว้ทันพร้อมกับกอดตอบให้คน เสียขวัญนิ่งซะ แจจุงสั่นไปทั้งร่างเลย ผมกอดแจจุงเอาไว้แน่นๆจนใบหน้าชื้นเหงื่อแทบจะจมหายไปในอ้อมอกของผมอยู่แล้ว ผมไม่พูดอะไรออกมาอีก ปล่อยให้คนเสียขวัญกอดผมอยู่อย่างนี้จนพอใจ


เกือบห้านาทีที่หัวใจผมเต้นรุนแรงมากจนต้องผวาไปกอดยุนโฮเอาไว้แน่น กว่าผมจะปรับตัวได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั่นคือความฝัน ผมก็แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว...มันคือความฝันจริงๆน่ะเหรอ...นี่ผมฝัน เพราะวันนี้เป็นวันฮาโลวีนหรือยังไงกันนะ...แล้วทำไมในฝันผมต้องลืมยุนโฮ ด้วยล่ะ...แต่จะให้ไปถามหาความหมายของความฝัน...ใครเล่าจะได้คำตอบกัน??


...ใช่...มันเป็นแค่ความฝันคิมแจจุง...

...นายไม่ได้ลืมยุนโฮของนายซักหน่อย...



“ยุนโฮ...ยุน...ยุนโฮ.......”

“ครับๆ”

“ปาร์ตี้ฮาโลวีนคืนนี้แจจุงไม่ไปแล้วนะ...ไม่ไปแล้ว!”

“อ้าว...แจจุงไม่ใช่เหรอที่อยากไปปาร์ตี้ที่บ้านชางมินน่ะ...ไม่อยากไปแล้วเหรอครับ”

“ไม่ไปแล้ว...แค่ไปทานข้าวกันก็พอ...สองคน...นะ...”

“ครับๆ...ตามใจคุณอยู่แล้วล่ะ”

ชองยุนโฮส่ายหัวให้กับคนรักที่ทำหน้าเสียอย่างกับว่าปาร์ตี้ที่บ้านไอ้ชางมินจะ มีผีอย่างงั้นล่ะ ผมลอบยิ้มออกมากับคนตัวเล็กที่กอดผมไม่เลิกจนต้องกอดเอาไว้ไม่ปล่อยอยู่แบบ นี้ ผมหันไปมองโยโย่ที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงพร้อมทำ หน้าบึ้งมองผมกับแจจุงไม่วางตา...แต่จริงๆหน้ามันก็บึ้งอยู่ตลอดเวลานี่นะ ...ผมคิดอย่างขำๆพร้อมกับชี้นิ้วใส่มันและชี้ไปทางประตูห้องเป็นคำสั่งให้ มันออกไปข้างนอกได้แล้ว โยโย่มองเจ้านายตัวเองพักนึงและกระโดดลงจากเตียงอย่างเชื่อฟัง.......






...แมวหน้าบึ้งกระโดดลงจากเตียงอย่างเชื่อฟัง...

...พร้อมกับยื่นมือไปเกี่ยวหน้ากากสีขาวที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมางับเข้าปากตัวเอง...

...ของเล่นใหม่ที่เจ้านายทำตกเตียงกลายเป็นของมันในที่สุด...






...ก็ผมเห็นจีจี้คาบหน้ากากสีดำออกจากห้องเจ้านายเมื่อเช้าแล้วก็อยากจะได้บ้างนี่ครับ...

...พวกคุณอย่าไปบอกเจ้านายของผมนะ...

...ของเล่นสองชิ้นนี้ผมกับเจ้าจี้จะเอาไปซ่อนอย่างดีเลย!!...







user posted image






เมี๊ยว! = ^ =!






E N D ~♫♫






Ladazzy's Talk ~



หิหิหิหิหิ!! XDDDDDDD
สาระเรื่องนี้มันอยู่ตรงไหนกันนะ??!!! 5555555555555555 lol



สุขสันต์วันฮาโลวีนค่ะทุกท่าน >  <
จริงๆฟิคฮาโลวีนโฟร์คทำเป็นโปรเจกต์ร่วมกับนักเขียนอีก 6 ท่าน
และอีก 6 คนไม่ได้เอาลงบล็อคทุกเรื่อง ถ้าไงก็... ไม่เป็นไรหรอกเนาะ~ 555+



ถ้าใครอ่านแล้วพยายามหาคำตอบของความฝันของแจจุง
สงสัยว่าไอ้โย่เกี่ยวอะไรมั้ย? หรือว่าเป็นเพราะมายลอร์ดชางมินมีส่วนเกี่ยวข้องรึเปล่า??
หน้ากากมายังไงฟะ?? จงอย่าสงสัยต่อไปเลยนะคะ
พอดีฟิคโปรเจกต์นี้เป็นฟิคใจง่าย >///< เป็นฟิคเอาแต่ใจคนแต่ง 555+
ก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้ในที่สุด ฮิ____ฮิ


กะแจจุงเค้าบอกแระไง จะหาความหมายของความฝันใครเล่าจะตอบได้ เอิ๊กๆ~~


lol


อ่านสนุกๆๆนะคะทุกคน เป็นครั้งแรกที่แต่งฟิวนี้ล่ะ! ฮิ____ฮิ
ขอบคุณเพื่อนร่วมโปรเจกต์ทุกท่าน ทั้งฝาแฝดฮซคย. รนรด. พฮร. อมอ. รวมไปถึงจูนโบรนันโด้ย~ ^o^
ขอบคุณพลอยที่ชักชวนให้ร่วมโปรเจกต์ฮาโลวีนฮับ :D




HAPPY HALLOWEEN~! :D




ปล I. ใครอ่านแล้วงงเงิบ มันแต่งอะไรของมันฟะ ก็จงเข้าใจไว้เถอะ ว่านั่นบรรลุเป้าหมายของฟก.แล้ว!!! XDD


ปล II. คอมเมนท์แชร์ความคิดของคุณได้นะคะ นะคะ! *kisses*

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

งุนงงและงงงวย @_@
ตกลงว่ามันเป็นฝันหรือเรื่องจริง?
ถ้าแจฝันแล้วหน้ากากมันมาได้อย่างไร?
เอ๊ะ! โอ๊ะ! อะไร? ยังไง? งง?<<อ่านจบแล้วอารมณ์ประมาณนี้เลย

ชอบการบรรยายถึงฉากมากเลยค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพเลย
ขอบคุณที่เอามาลงบล็อคนะคะ
สวัสดีวันที่ 1/11/11 ค่ะ surprised smile

#1 By babyfish (180.180.130.113) on 2011-11-01 00:44

55555 มันงงนิดๆนะคะ แต่ก็สนุกดี
มันงงตรงที่ เอ๊ะ ? แล้วสรุปแจไม่ได้ฝันใช่ไหม ?
หรือว่าแจฝัน ? เอ๊ะหรือไม่ฝัน ยังไงนะ ? 55
แต่ที่แน่ๆคือ ชอบเวลายุนโฮจูบแจจุงมากกกก >////<
มันดูนุ่มนวล ดูเพ้อฝัน ดูรักแจจุงมากๆๆๆ
แต่ทำไม แจถึงจำยุนไม่ได้น้าา น่าน้อยใจแทนยุนจริงๆ
แต่ช่างมัน ~ ตอนนี้แจรักยุนก็พอ ♥

ขอบคุณนะคะไรท์เตอร์ที่เอามาลงบล็อค ขอบคุณจริงๆนค่ะ ^^

#2 By Yundori on 2011-11-01 21:09

เอ่อ

ตกลงมันจริงหรือฝันอ่าาาา

จีจี้มาเฉลยเดี๋ยวนี้!!!

>_<

#3 By yunjaeaei (lovena) (61.19.66.2) on 2011-11-01 21:11

ตกลงแล้วแจเราแค่ฝันใช่ป่ะ แต่แหมถึงจะฝันในฝันก็ยังเป็นยุนอยู่ดี ยังไงก็ไม่เคยพ้นยุนหรอกเอหรือจะเป็นยุนที่ทำป้แจฝันแบบนั้น ก็ไม่อยากให้แจไปเที่ยวไง

#4 By kimjaejee (127.0.0.1, 58.11.61.124) on 2012-03-21 18:40